ใกล้ถึงบทสรุปแล้วจริงๆ สำหรับการตีความวาระดำรงตำแหน่ง นายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดเป็นวาระพิเศษ 8 ก.ย.นี้เพื่อพิจารณากรณี ดังกล่าว โดยจะตรวจสอบความเห็นแย้งจากฝั่งผู้ถูกร้อง ซึ่งก็คือตัวพล.อ. ประยุทธ์
หากไม่มีข้อสงสัยโต้แย้งก็สามารถนัดวินิจฉัยได้เลย ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่เกินสิ้นเดือนนี้ก็จะได้รู้กัน
อย่างไรก็ตามมีหลายฝ่ายมองว่าไม่น่าจะใช่เรื่องยาก เพราะเป็นแค่การตีความทางกฎหมายเท่านั้น
รวมทั้งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้ใครอยู่ในตำแหน่งนานเกินไปอันจะเป็นการผูกขาดอำนาจ
ส่วนข้อเท็จจริงก็ชัดเจน พล.อ. ประยุทธ์ ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น นายกฯ เมื่อ 24 ส.ค. 57 จะนับเลขยังไงก็ครบ 8 ปีแน่
ส่วนจะมีตัวช่วยนับเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็นปี 57 เป็นปี 60 ที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ หรือปี 62 ที่เป็นนายกฯ สมัยสอง
ก็อยู่ที่ศาลจะตีความและให้เหตุผล และอยู่ที่สังคมจะยอมรับได้มากน้อยเพียงใด
แต่ที่น่าสนใจอีกด้านก็คือการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักในฟากฝั่งของพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคมาเป็นรักษาการนายกฯ
ทั้งชื่นชมยินดี เชียร์กันออกหน้าออกตาว่าเหมาะสม เรียกว่าไม่ไยดีความรู้สึกของพล.อ.ประยุทธ์เอาเสียเลย
หายากจริงๆ ที่จะมีใครอาลัยอาวรณ์!??
ขนาดผลซูเปอร์โพล ที่มักจะเป็นคุณกับพล.อ.ประยุทธ์ ยังระบุเลยว่าไม่ยึดติดว่าใครจะเป็นนายกฯ ขอแค่บ้านเมืองสงบไม่ขัดแย้งรุนแรง
ถือเป็นอีกสัญญาณหนึ่งให้พล.อ.ประยุทธ์ได้ตระหนัก และเป็นช่วงเวลาทดลองฝึกจิต
เพราะไม่ว่าคำตัดสินจะเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังต้องหวนคืนในตำแหน่งนายกฯ อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นรักษาการ หรือเป็นนายกฯ ตัวจริง
ยังไม่มีอะไรต้องกังวล!!
ที่สำคัญก็คือเมื่อถึงเวลาต้องลงจากอำนาจจริงๆ ไม่มีตำแหน่งแห่งหน เผชิญโลกแห่งความจริงว่าความรักความเคารพที่เคยได้รับเป็นเพียงแค่มายา
ไม่รวมกับคดีความต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น หรือจะถูกเช็กบิลในภายหลัง
นี่แหละคือสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์จะต้องเจอ และรับสภาพสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้