ในพื้นที่ภาคอีสานตอนกลางหรือ เมือง “ร้อย แก่น สาร สินธุ์” อันได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มีพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนจาก ทั่วสารทิศ นิยมแวะเวียนเข้าไปสักการะจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อขอพรเสริมสร้าง สิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชีวิต

เริ่มที่ 1.“พระธาตุขามแก่น” ประดิษฐานอยู่ภายใน “วัดเจติยภูมิ” อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ตามตำนานเล่าว่า หลังพระพุทธเจ้าเสด็จ ดับขันธ์ปรินิพพาน พระบรมสารีริกธาตุได้ถูกนำไปประดิษฐานในที่ต่างๆ พระมหากัสสปะเถรเจ้า พร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์ นำพระอุรังคธาตุ หรือกระดูกส่วนอก ประดิษฐานยังภูกำพร้า หรือ พระธาตุพนม ระหว่างทางได้แวะพักบริเวณต้นมะขามใหญ่ที่ตายแล้วเหลือแต่แก่น และได้นำเอาพระอังคารธาตุ ไปวางพักไว้ที่ต้นมะขามนี้

พอรุ่งเช้าก็เดินทางต่อ แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าพระธาตุพนมสร้างเสร็จแล้ว จึงจำต้องเดินทางกลับ ระหว่างทางกลับมาเจอต้นมะขามต้นเดิมที่ตาย แต่บัดนี้กลับผลิดอกออกผล แตกกิ่งก้านสาขาเป็นที่อัศจรรย์ จึงได้ก่อสร้างพระธาตุครอบต้นมะขามไว้และบรรจุพระอังคารธาตุไว้ภายใน เรียกชื่อว่า พระธาตุขามแก่น และทุกปีจะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุขามแก่น วันเพ็ญเดือนหก วันขึ้น 15 ค่ำ

2.“พระธาตุยาคู” หรือพระธาตุใหญ่ ตั้งอยู่ที่บ้านเสมา ต.หนองแปน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ จากการขุดค้นทางโบราณคดี พบว่า สร้างในสมัยทวารวดี มีอายุกว่าพันปีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ก่อด้วยอิฐปรากฏร่องรอยการก่อสร้าง 3 สมัย คือ ส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ มีปูนปั้นประดับ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยทวารวดี ถัดขึ้นมาเป็นฐานรูปแปดเหลี่ยม ซึ่งสร้างทับบนฐานเดิมเป็นรูปแบบเจดีย์สมัยอยุธยา ส่วน องค์ระฆังและส่วนยอด สร้างเพิ่มเติมขึ้นในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อราวกว่า 200 ปีที่ผ่านมา และรอบพระธาตุในตำแหน่งทิศทั้งแปด จะปักใบเสมาหินทราย จำนวน 11 หลัก

ชาวบ้านมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า องค์พระธาตุยาคู บรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองนับถือ เห็นได้จากการที่ตั้งชื่อว่าพระธาตุยาคู หรือ ญาคู เป็นคำพื้นถิ่นอีสานใช้เรียกพระเถระที่มีวัตรปฏิบัติน่านับถือ ในวันสำคัญ ทางศาสนา อ.กมลาไสย จะมีการจัดงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุยาคู

3.“พระมหาเจดีย์ชัยมงคล” ตั้งอยู่ใน ต.ผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด หลวงปู่ศรี มหาวีโร พระเถระสร้างขึ้นจากศรัทธาของพุทธศาสนิกชน วัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า รวมทั้งอัฐิธาตุของเกจิอาจารย์ชื่อดัง สายอีสาน เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ มีความกว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร สูง 109 เมตร ซึ่งขนาดมีความสอดคล้องกับชื่อจังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนความสูง 109 เมตร เป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยส่วนยอดของเจดีย์ 9 ชั้น เป็นยอดเศวตฉัตรทองคำแท้หนัก 60 กิโลกรัม ศิลปะองค์เจดีย์ร่วมสมัย ระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน (พระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม) ลักษณะเป็นรูปทรง 8 เหลี่ยม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็ก 8 องค์ ด้านในแบ่งออกเป็น 6 ชั้น และชั้นที่ 6 เป็นชั้นที่สูงสุดและมี ความสำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นชั้นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่อัญเชิญจากประเทศศรีลังกา

4.“พระบรมธาตุนาดูน” ตั้งอยู่ที่ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2522 กรมศิลปากรและชาวบ้านตำบลนาดูน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานในผอบ 3 ชั้น ชั้นในสุดเป็นทองคำ ชั้นกลางเป็นเงิน ชั้นนอกเป็นสำริด สอดซ้อนกันเรียงตามลำดับและบรรจุอยู่ในสถูปจำลองอีกชั้นหนึ่ง ลักษณะเป็นโลหะทรงกลม พร้อมกับพระพิมพ์ดินเผาจำนวนหนึ่ง บริเวณเนินดิน ซึ่งเป็นซากโบราณสถานบริเวณที่นาของราษฎรท้องที่หมู่ 1 ต.นาดูน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

ต่อมาได้จัดสร้างพระบรมธาตุนาดูน เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา สำหรับรูปแบบของพระบรมธาตุนาดูนประยุกต์จากรูปทรงสถูป ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดพบซึ่งเป็นลักษณะของศิลปะทวารวดีช่วงอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-16 การก่อสร้างแล้วเสร็จ ในปี พ.ศ.2530

ในช่วงเดือนมาฆะทุกปี ชาวอำเภอนาดูนและจังหวัดมหาสารคาม จัดงานนมัสการพระบรมธาตุนาดูน เพื่อให้ประชาชนได้มาสักการบูชา และร่วมปฏิบัติธรรมที่ลานหน้าองค์พระธาตุนาดูน

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว เข้ากราบไหว้สักการบูชาพระธาตุ 4 จังหวัด “ร้อยแก่นสารสินธุ์” อีสานตอนกลาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน