เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญเรียกประชุมนัดพิเศษในวันที่ 8 ก.ย. เพื่อพิจารณาคดีวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า สถานการณ์ขณะนี้เชื่อว่าประชาชนจับตา และเตรียมการรับมือกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ออกมา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องกดดันศาล และไม่มีใครปรารถนาเช่นนั้น น่าแปลกใจที่พล.อ.ประยุทธ์ชื่นชมสปิริตของนายนิพนธ์ บุญญามณี ที่ลาออกจาก รมช. มหาดไทย เพื่อสู้คดีไม่จ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางให้เอกชนสมัยเป็นนายกอบจ.สงขลา แต่อาจไม่ทันคิดว่ามีคนรอให้พล.อ.ประยุทธ์แสดงสปิริตลาออกด้วยเหมือนกัน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ ต้องยอมรับว่าประชาชนเห็นภาพความแตกต่างชัด ระหว่างรักษาการนายกฯ กับนายกฯ ที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ มีสภาพแตกต่างกันอย่างไร อดคิดไม่ได้ว่าถ้าประเทศไทยได้นายกฯ อายุไม่เยอะ เป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ มีพลัง มีไฟในการทำงาน ประเทศไทยจะไปได้ไกลกว่านี้ นาทีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องกังวลว่า พล.อ.ประวิตรจะแซงหน้า หรือทำหน้าที่ได้ดีกว่า เอาเข้าจริงนายกฯ คนใหม่ น่าจะทำหน้าที่ได้ดีกว่า โดยเฉพาะนายกฯ คนรุ่นใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้งและยึดโยงกับประชาชน
ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าหากศาลวินิจฉัยให้พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อ ประชาชนจะอยากให้อยู่หรือไม่ และพล.อ.ประยุทธ์เชื่อมั่นหรือไม่ว่าจะเข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้ ส่วนตัวเชื่อว่าคงไม่สามารถข้ามบังเกอร์กับรั้วลวดหนามไปได้ บรรยากาศคงคล้ายสมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ คงมีวิจารณญาณว่าควรพอแค่นี้ ท่านทำงานมา 8 ปีแล้ว ใช้เวลาประเทศมากว่า 2,000 วันถือว่ามากเกินพอแล้ว