เพิ่งผ่าน “วันสืบ นาคะเสถียร” ซึ่งตรงกับ 1 กันยายน ของทุกปี อันเป็นวันที่อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองในบ้านพักเจ้าหน้าที่กลางผืนป่า แล้วส่งผลสะเทือนใหญ่หลวง ปลุกให้คนทั้งประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญในการปกปักรักษาป่าเขาธรรมชาติ
เพราะตลอดชีวิตข้าราชการป่าไม้ของ “สืบ นาคะเสถียร” ได้แสดงให้เห็นการทุ่มเททำงานเพื่อดูแลป่าไม้สัตว์ป่าอย่างสุดจิตสุดใจ
ดังนั้นจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่ทรงพลัง
วิถีปฏิบัติในการทำงานปกป้องผืนป่า แนวคิดต่องานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ได้รับการศึกษาเรียนรู้จากคนรุ่นหลังมาตลอด
สืบ นาคะเสถียร อุทิศตัวเองเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ของธรรมชาติ สร้างความคิดความร่วมมือจากทุกๆ คนให้มาร่วมกันรักษาป่า
ถ้าพูดถึงข้าราชการนักอนุรักษ์ป่าเขา ไม่มีใครยิ่งใหญ่และถือว่าเป็นสัญลักษณ์ได้เท่ากับคนนี้อีกแล้ว!
ที่สำคัญ หากศึกษาจาก “สืบ นาคะเสถียร” เราจะเห็นการทำงานที่ทุ่มเทอย่างสุดหัวใจ ทำด้วยความรักความเข้าใจ
เน้นสร้างงานมวลชนอาศัยความเข้าใจความร่วมมือจาก ชาวบ้าน
ไม่ใช่ข้าราชการด้านอนุรักษ์ทรัพยากรที่ประกาศรักษาป่า ด้วยการควงปืนออกปราบปราม เล่นบท เหี้ยมหาญ
แล้วเอาเข้าจริงๆ ที่แต่งชุดพรางบู๊ดุดัน ไล่ล่าจับกุมคนทำลายธรรมชาตินั้น ปราบได้แค่ชาวบ้านทั่วไป หรือปลาซิวปลาสร้อยเป็นส่วนใหญ่ทั้งสิ้น
เน้นใช้อำนาจแข็งกร้าว ก่อความขัดแย้งกับประชาชน ภายใต้พื้นฐานความคิดแบบข้าราชการผู้มากอำนาจ โดยไม่เข้าใจวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่กับป่ามานานนม!?!
ประเด็นคนมีอำนาจ ซึ่งไม่เข้าใจวิถีชีวิตของผู้คนที่หาอยู่หากินกับป่าและดูแลรักษาป่าอย่างดี นี่แหละคือปัญหาใหญ่ของสังคมเรา
ขีดเส้นว่าเป็นเขตป่าสงวน เขตอุทยาน แล้วควงปืนออกปราบ ออกกวาดล้างจับกุมอย่างไม่สนใจรายละเอียดของชีวิตและชุมชน
คือการก่อความขัดแย้งที่รุนแรง!
ข้าราชการใหญ่ที่อวดอ้างเป็นฮีโร่ สร้างผลงานเกรียงไกรบนคราบน้ำตาคราบเลือดประชาชน
โชว์วีรกรรมเพื่อสนองนโยบายรักษาป่าตามตัวบทกฎหมาย โดยไม่เห็นหัวประชาชนนั้น
ห่างไกลมากที่จะได้รับการยกย่องนับถือว่าเป็นวีรบุรุษแห่งผืนป่า
เป็นดาวเด่นในหมู่ผู้มีอำนาจ แต่ไม่ใช่ในใจประชาชน
ต่างกันอย่างมากกับข้าราชการที่อยู่ในใจประชาชน
รักป่ารักธรรมชาติและรักประชาชน
ดังเช่น “สืบ นาคะเสถียร” ผู้อยู่ในใจประชาชน แต่ไม่ใช่คนเก่งในสายตาเจ้าใหญ่นายโต!