ชุมพร – สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ จ.ชุมพร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ ม.อ. กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) และบริษัท เกษตรศิวิไลซ์ จำกัด รวม 8 หน่วยงาน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความ ร่วมมือ เรื่อง ‘การส่งเสริมและยกระดับการผลิตกระท่อมสู่พืชเศรษฐกิจอย่างครบวงจร’ ที่ศาลากลางชุมพร เพื่อให้กระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่
นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า รู้สึกยินดียิ่งที่หน่วยงานต่างๆ เลือกพื้นที่ อ.เมืองชุมพร ทุ่งตะโก และพะโต๊ะ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งวัตถุดิบต้นน้ำของอุตสาหกรรมพืชกระท่อมที่มีคุณภาพ มีการรับรองตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ปัจจุบันเกษตรกรยังขาดองค์ความรู้ด้านการปลูกพืชกระท่อมในหลายเรื่อง
น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า วช.มอบให้ ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ ม.อ. เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย มุ่งเน้นให้เกิดองค์ความรู้ด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากสารสกัดพืชกระท่อม ซึ่งในปี 2565 วช.ได้สนับสนุนงบประมาณต่อเนื่องเพื่อดำเนินโครงการเรื่อง ‘ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากพืชกระท่อมเพื่อสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก’

ครบวงจร – น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง ‘การส่งเสริมและยกระดับการผลิตกระท่อมสู่พืชเศรษฐกิจอย่างครบวงจร’ และเยี่ยมชมแปลงกระท่อมใน อ.เมืองชุมพร
ด้าน ผศ.นพ.วรวิทย์กล่าวว่า โครงการนี้เน้นส่งเสริมการปลูกในระดับมาตรฐาน เพื่อใช้ประโยชน์ของกระท่อมในทางการแพทย์ อาหารและยา ซึ่งมี 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เครื่องดื่มเข้มข้นจากสารสกัดใบพืชกระท่อมกลิ่นกาแฟ เพื่อส่งเสริมสุขภาพทำให้ร่างกายสดชื่น
แคปซูลผงแกรนูลจากสารสกัดใบพืชกระท่อม เพื่อใช้เป็นผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำตาลในเลือด และตำรับครีมเพื่อใช้บรรเทาอาการปวดข้อเข่า โดยขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และนำไปทดลองตลาด รวมทั้งผลักดันให้เกิดชุมชนต้นแบบในการเตรียมแปลงปลูกพืชกระท่อมที่มีมาตรฐานอย่างน้อย 1 ชุมชนต้นแบบ ทั้งด้านการเพาะปลูกตามระบบ GAP การเก็บเกี่ยวผลผลิต การขนส่งผลผลิตมาสู่โรงงานอุตสาหกรรม ขยายผลต่อในด้านการตลาดโดยมีเอกชนเป็นผู้รับผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้พัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์