ปตท.ลุยปรับทัพใหญ่มุ่งธุรกิจใหม่-พลังงานอนาคต
รายงานพิเศษ
บทเรียนจากวิกฤตราคาพลังงาน ไม่เพียงตอกย้ำให้คนไทยและ ทั่วโลกประหยัดพลังงาน รู้จักการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ยังนำไปสู่จุดเปลี่ยนให้ทุกธุรกิจนำพาองค์กร สร้างคุณค่าให้แก่สังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนให้ดีขึ้นด้วย
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้นำธุรกิจพลังงาน ได้ปรับวิสัยทัศน์ใหม่รองรับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานของโลก สนับสนุนแผนการดำเนินงานให้เติบโตไปสู่ธุรกิจพลังงานอนาคตและธุรกิจใหม่ ขยายฐานการค้าไปยังทุกภูมิภาคทั่วโลก เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง เพิ่มความ สามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดให้สินทรัพย์ของกลุ่ม ปตท. ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ภายใต้แนวคิด “Powering Life with future energy and beyond : ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งชีวิต”
@Powering Life : พัฒนาคุณภาพชีวิต ควบคู่การดำเนินธุรกิจ พร้อมส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เคียงข้างช่วยเหลือสังคมเพื่อให้เดินหน้าไปพร้อมกัน
เช่น โครงการลมหายใจเดียวกัน กลุ่ม ปตท. ให้บริการตรวจคัดกรองเชื้อโควิดไปแล้ว 138,284 คน ดูแลรักษาผู้ป่วย 13,318 คน รวมงบประมาณ 1,046 ล้านบาท โครงการลมหายใจเพื่อน้อง
ช่วยเหลือเยาวชนจากวิกฤตการศึกษา ผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยเฉพาะเยาวชนช่วงชั้นรอยต่อ ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนช่วงชั้นรอยต่อที่มีปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจช่วงโควิด-19 กว่า 60,000 คน 17,432 โรงเรียนทั่วประเทศ
จัดตั้ง “กองทุนแรกเริ่มศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา” งบประมาณ 20 ล้านบาท โครงการลมหายใจเพื่อน้องช่วยเหลือเยาวชนกว่า 60,000 คน ที่เสี่ยงต่อการหลุดจากระบบการศึกษาและจัดตั้งกองทุน รวมงบประมาณ 171 ล้านบาท โครงการลมหายใจเพื่อเมือง สนับสนุนเป้าหมายของกรุงเทพฯ ในการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น โดย ปตท. จะร่วมปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น ในพื้นที่ของ ปตท. และพื้นที่ของกรุงเทพฯ เป็นต้น
@Future Energy : มุ่งสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า
ขยายฐานการค้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการซื้อขายแอลเอ็นจีในภูมิภาคอาเซียน (Regional LNG Hub) เพื่อมุ่งสู่การเป็น Global LNG Player
โดยการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ มี บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เป็นแกนหลัก ด้วยเป้าหมาย 12 กิกะวัตต์ ในปี 2573
การจัดตั้ง บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) เดินหน้าธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร (EV Value Chain) ในการร่วมมือกับฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) จัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด (HORIZON PLUS) เพื่อขยายตลาดและสร้างฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทย มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค

และร่วมทุนกับ GPSC จัดตั้งบริษัท นูออโว พลัส จำกัด (NUOVO PLUS) เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนด้านแบตเตอรี่และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Battery Value Chain)
ARUN PLUS ยังมีแผนจับมือกับพันธมิตรชั้นนำในการขยายสถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) ภายใต้แบรนด์ ออน-ไอออน (on-ion) ในทำเลศักยภาพให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงให้บริการติดตั้งหัวชาร์จในที่พักอาศัย
จัดตั้งบริษัท อีวี มี พลัส จำกัด (EVME PLUS) เพื่อให้บริการด้านดิจิตอลแพลตฟอร์ม ส่งเสริมและสร้างระบบนิเวศธุรกิจให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในประเทศ เช่น บริการให้เช่ายานยนต์ไฟฟ้า บริการข้อมูลเกี่ยวกับสถานีอัดประจุไฟฟ้า พร้อมขยายสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบบไม่ต้องรอชาร์จ ของ บริษัท สวอพ แอนด์ โก จำกัด (Swap&Go) จัดตั้ง บริษัท รี แอค จำกัด (ReAcc) ตัวแทนให้บริการซื้อขายด้านพลังงานสะอาดและความ เป็นกลางทางก๊าซเรือนกระจกผ่านดิจิตอลแพลตฟอร์ม ช่วยสนับสนุนให้เกิดการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น
@Beyond : รุกธุรกิจใหม่ มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย ประกาศปักหมุดลงทุนในธุรกิจนวัตกรรม เทคโนโลยีระดับสูง รวมทั้งเทคโนโลยีดิจิตอลใน 5 สาขา ด้วยงบลงทุนเบื้องต้น 50,000 ล้านบาท คิดเป็น 30% ของเงินลงทุนที่ได้ตั้งไว้ในแผน 5 ปี (ปี 2565-69) ของปตท. 146,000 ล้านบาท
รองรับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของคนไทยและ ทั่วโลกที่เปลี่ยนไป และยังมีงบลงทุนที่เผื่อไว้หากมีธุรกิจที่น่าสนใจอีก 190,000 ล้านบาท สามารถนำมาลงทุนเพิ่มได้
สําหรับลงทุนในธุรกิจนวัตกรรม เทคโนโลยีระดับสูง รวมทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลใน 5 สาขา ประกอบด้วย
1.การร่วมกับพันธมิตรทั้งรายเดิมและรายใหม่เสริมสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจน้ำมันและเสริมสร้างธุรกิจไลฟ์สไตล์ (Mobility & Lifestyle) เพื่อสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค
2.การมุ่งเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Business) ต่อยอดจากธุรกิจปิโตรเคมี ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง
3.ธุรกิจโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน (Logistics & Infrastructure) ให้ครอบคลุมการขนส่งสินค้าแบบครบวงจร ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ รวมถึงการบริหารคลังสินค้า ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ
มีเป้าหมายสู่การเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่อง แบบครบวงจร ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนและ ยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน
4.ธุรกิจระบบปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิตอล (AI, Robotics & Digitalization) ให้บริการด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ในภาคอุตสาหกรรม การผลิตจักรกลอัจฉริยะ หุ่นยนต์และโดรน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ระบบอัตโนมัติและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สู่การเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจของผู้ประกอบการ
และ 5. ธุรกิจวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต (Life Science) ผ่านลงทุนด้านผลิตภัณฑ์ยาที่ทันสมัย อุปกรณ์ทางการแพทย์ และธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพเป็นหนึ่งในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตสูง สอดรับ ความต้องการของผู้บริโภคตามทิศทางของโลก ซึ่ง ปตท. ได้จัดตั้งบริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน ให้เป็นรูปธรรมชัดเจน
ล่าสุด นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวเรือใหญ่พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปตท. นำคณะสื่อมวลชนไทย เดินทางศึกษาดูงานความคืบหน้าการลงทุนธุรกิจใหม่ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
หลังบริษัท นิวทรา รีเจนเนอเรทีฟ โปรตีน จำกัด (NRPT) ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืชแบบครบวงจร ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ บริษัท แพลนท์ แอนด์ บีน ประเทศอังกฤษ ในสัดส่วนการลงทุน 51:49 เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ “บริษัท แพลนท์ แอนด์ บีน ประเทศไทย”
(**ข้อมูลประกอบ** NRPT เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด (บริษัทย่อย ปตท. ถือหุ้น 100%) และบริษัท โนฟ ฟู้ดส์ จำกัด (บริษัทย่อยที่ บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 100%) ในสัดส่วนการถือหุ้นที่เท่ากัน 50 : 50 ทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท)
ปัจจุบัน ‘แพลนท์ แอนด์ บีน ประเทศไทย’ อยู่ระหว่างการ Finalize Basic Design ให้สอดรับการ British Retail Consortium (BRC) Global Standards เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะสามารถส่งออก ไปขายได้ทั่วโลก
และมีแผนเริ่มดำเนินการออกแบบและก่อสร้างโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืชภายในเดือนก.ย.นี้ กำลังการผลิต 3,000 ตันต่อปี บนพื้นที่ 3 ไร่ ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คาดว่าจะสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 2/2566
“ปตท. ตั้งเป้าหมายความสำเร็จอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2575 จะมีรายได้จากธุรกิจใหม่เหล่านี้ 30% ของผลประกอบการทั้งหมด ซึ่งผลการดำเนินการล่าสุดครึ่งแรกของปี 2565 ปตท. และบริษัทในเครือ มีรายได้รวม 1,685,419 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 64,419 ล้านบาท”
การปรับทัพของผู้นำธุรกิจด้านพลังงานอย่าง ปตท. นับเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของทุกภาคธุรกิจให้เข้าสู่โลกยุคใหม่ ด้วยการลงทุน อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ที่มีศักยภาพ และประกาศมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ (Carbon Neutrality) ตั้งเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)
ท่ามกลางทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า โดยมีการคาดการณ์ว่าน้ำมันจะยังเป็นพลังงานหลักของโลกต่อไปจนถึงปี 2575 หรืออีก 10 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่ช่วงสูงสุด ซึ่งหลังจากนั้นปริมาณการใช้จะทยอยลดลง
หรือนี่จะเป็นการนับถอยหลังการสิ้นสุด “ยุคน้ำมัน” อย่างแท้จริง
ก้าวสู่ “โลกแห่งพลังงานสะอาด” เป็นรากฐานใหม่และเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคตอย่างถาวร
พรพิมล แย้มประชา