ความรุนแรงของคดีอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาวุธปืน ที่ในอดีตหาได้ยากเย็น แต่ในโลกยุคปัจจุบัน เพียงแค่จิ้มนิ้วลงบนหน้าจอมือถือก็สามารถหาปืนมาครอบครองได้แล้ว

จากที่เคยยกสมัครพรรคพวกซัดกันด้วยหมัดลุ่นๆ ยกระดับขึ้นมาหน่อยก็เป็นไม้ มีด เจ็บกันฝ่ายละนิดละหน่อยแล้วก็แยกย้าย กันไป กลายเป็นใช้อาวุธลั่นไกเข้าใส่ เข่นฆ่ากันให้ถึงดับดิ้นสิ้นชีพ

ย้อนไปเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 3 ก.ย. 2565 พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. นำกำลังพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิชัย ณรงค์ รองผบก.น.4 พ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก.สน.ลาดพร้าว ร.ต.อ.บรรพต มะนุรักษ์ รอง สว. (สอบสวน) สน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช ร.พ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบเหตุมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต บริเวณหน้าคอนโดฯ ชื่อดังแห่งหนึ่ง ภายในซอยลาดพร้าว 101 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

พฐ.เก็บหลักฐาน

ที่บริเวณลานปูนหน้าคอนโดฯ ดังกล่าว ตำรวจพบศพนายสุทธิพงษ์ คล้ายทอง หรือนิวส์ อายุ 17 ปี สภาพนอนหงายจมกองเลือด นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้นเพียงตัวเดียว ที่บริเวณหน้าอกข้างซ้ายพบร่องรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืน 1 นัด ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้ เป็นหลักฐาน

น.ส.ศุณิษาภร หาญพัฒนพงศ์ อายุ 25 ปี ให้การว่า ผู้เสียชีวิตมีศักดิ์เป็นหลานชาย โดยปกตินายนิวส์จะพักอาศัยอยู่กับตนที่ย่านจุดเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงสมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษา โดยเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ขอแยกตัวไปอยู่กับเพื่อนและไม่ค่อยติดต่อกันมากนัก จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา หลานทักเฟซบุ๊กมาปรึกษาเรื่องที่ถูกวัยรุ่นไล่ฟันพร้อมกับเพื่อน เหตุเกิดบริเวณหน้าวัดบึงทองหลาง แต่หลังจากนั้นไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก จนมาทราบเรื่องว่าถูกคนร้ายยิงจนเสียชีวิตดังกล่าว

ตร.ตรวจที่เกิดเหตุ

ชุดสืบสวนหาข้อมูลทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมเพื่อนนัดเคลียร์ปัญหากับกลุ่มคู่อริที่เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนตั้งแต่เรียน ชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนชื่อดังย่านบึงทองหลาง แต่มาเกิดมีเรื่องปัญหาส่วนตัวและแบ่งฝักแบ่งฝ่ายจนถึงขั้นไล่ฟันกันมาก่อนเมื่อช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันนี้วัยรุ่นทั้ง 2 ฝ่ายนัดเคลียร์ปัญหาบริเวณลานจอดรถท้ายวัดบึงทองหลาง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้

จังหวะดังกล่าวมีนายประสิทธิ์ พุฒซ้อน อายุ 30 ปี ประกอบอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างประจำจุดที่ซอยบ่อปลา แยก 16 ย่านลาดพร้าว 101 ขาใหญ่ภายในซอย ใช้อาวุธปืนยิงใส่ไปในกลุ่ม 1 นัด ถูกนายสุทธิพงษ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส กลุ่มเพื่อนนำร่างไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยที่บริเวณคอนโดฯ ดังกล่าว ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตเสียก่อน

ญาติคนตายร่ำไห้

หลังได้ข้อมูลครบถ้วน ชุดสืบสวน สน.ลาดพร้าว และเจ้าหน้าที่สืบสวน กก.สส.บก.น.4 ติดตามไปที่บ้านพักของนายประสิทธิ์ ภายในซอยลาดพร้าว 101 ก่อนพาตัวมาสอบสวนที่ สน.ลาดพร้าว จนเจ้าตัวยอมรับสารภาพ

ต่อมาวันที่ 4 ก.ย. พ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก.สน.ลาดพร้าว เปิดเผยความคืบหน้าว่า ตำรวจรวบรวมหลักฐานและขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ นายประสิทธิ์ พุฒซ้อน อายุ 30 ปี ผู้ก่อเหตุ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา, พาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะที่การสอบสวนนายประสิทธิ์ รับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ยิงนายสุทธิพงษ์จริง แต่ไม่มีเจตนาจะยิงใส่ผู้ตายแต่อย่างใด เพราะผู้ตายเป็นรุ่นน้องอยู่ในกลุ่มเดียวกัน นายประสิทธิ์เล่านาทีเกิดเหตุว่า ในช่วงที่มีการเจรจาเคลียร์ปมความขัดแย้งเรื่องที่เขม่นกันกับอีกกลุ่มอยู่ แต่ดูท่าทางจะไม่สามารถตกลงกันได้ ทั้งสองฝ่ายเตรียมเข้าตะลุมบอนกัน ตนเห็นท่าไม่ดีเลยชักปืนขึ้นมาเพื่อหวังจะข่มขู่อีกฝ่าย แต่ปืนเกิดลั่นขึ้นโดยไม่ตั้งใจทำให้กระสุนปืนถูกนายสุทธิพงษ์เข้าที่อกด้านซ้าย 1 นัดจนเสียชีวิต

จับนายประสิทธิ์ พุฒซ้อน

พ.ต.อ.รุ่งสกุลกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุนายประสิทธิ์ได้นำอาวุธปืน ซึ่งเป็นปืนไทยประดิษฐ์ไปโยนทิ้งในลำคลอง ขณะนี้ได้ประสานชุด นักประดาน้ำ เพื่องมหาของกลางแต่ยังไม่พบ ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาและจะนำตัวฝากขังศาลอาญาต่อไป

หากอาวุธปืนยังหากันง่ายดายเช่นนี้ ความรุนแรงของคดีอาชญากรรมก็ยากที่จะลดระดับลง

พนม คงเจริญ
ณเดช โรจนประดิษฐ์ เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน