พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ให้ความหมายของคำว่า ‘ตกเขียว’ คือ วิธีการที่นายทุนทำสัญญาซื้อขายข้าวหรือผลไม้ตามที่ตกลงกันกับชาวนา ชาวสวน หรือชาวไร่เมื่อข้าวลัดใบหรือผลไม้ยังอ่อนอยู่ โดยตกลงกันว่านายทุนจะได้ข้าวเปลือกหรือผลไม้นั้นไปหลังจากนวดข้าวแล้วหรือเมื่อผลไม้นั้นแก่เต็มที่แล้ว
นอกจากนั้นยังหมายถึงการที่พ่อแม่ รับเงินจากนายทุนซึ่งจ่ายให้เป็นค่าตัวเด็กผู้หญิงไว้ล่วงหน้า แล้วนายทุนจะมารับตัวเด็กไปเพื่อค้าประเวณีเป็นการใช้หนี้คืนให้แก่นายทุน
ก่อนหน้านี้คำว่า ‘ตกเขียว’ ตามความหมายที่สอง ขึ้นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์อยู่เนืองๆ

ชุดจับกุมร่วมแถลงข่าว
เจ้าหน้าที่บ้านเมืองระดมสรรพกำลังกวาดล้างอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คนเหมือนจะสิ้นซากไปแล้ว
แต่ในซอกหลืบแห่งความเป็นจริง ‘ตกเขียว’ วัฒนธรรมอุบาทว์ยังไม่หมดไปจากบ้านเมืองเรา
ล่าสุดกลายเป็นข่าวดังอีกครั้ง เมื่อค่ำวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พัฒนวงศ์ จันทร์พล รองผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเด็กหญิงหนีออกจากหอพัก ปีนเข้าบ้านชาวบ้านมาขอความช่วยเหลือ
เมื่อรุดไปตรวจสอบ พบเด็กหญิงอายุ 10 ขวบ ไม่ทราบสัญชาติ แต่พูดภาษาไทยได้ ขอความช่วยเหลือด้วยอาการกลัวจนตัวสั่น จึงประสานเจ้าหน้าที่ พมจ.อุดรธานี เข้าร่วมพูดคุยซักถามถึงเรื่องราวทั้งหมด
ระหว่างนั้น น.ส.อรสินี วัชรเดชวานิช อายุ 34 ปี ภรรยาของนายเทพเสรี แซ่ก่อ อายุ 36 ปี เสี่ยเจ้าของโรงเลื่อยแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี เข้าพบเจ้าหน้าที่แสดงตัวเป็นผู้ปกครองเด็ก
แต่สาวน้อยมีท่าทีหวาดกลัวและไม่ยอมตามอีกฝ่ายกลับไป
เจ้าหน้าที่ช่วยกันปลอบจนหนูน้อยคลายความหวาดกลัวยอมเล่าว่า เมื่อประมาณเดือนเม.ย. ถูกนายเทพเสรีซื้อตัวจากแม่และพ่อเลี้ยงที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย นำมาอยู่หอพักใน อ.เมือง จ.อุดรธานี

หื่นลวงขืนใจด.ญ.ถ่ายคลิปขาย
โดยมี น.ส.อรสินีเป็นผู้ดูแลและยึดบัตรประจําตัวของเด็กไว้ รวมถึงร่วมกับผัวล่วงละเมิดทางเพศ ดุด่า ทุบตีเด็ก
เมื่อฉากชีวิตอันรันทดจากปากของหนูน้อยจบลง เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกไปตรวจห้องพักที่เด็กหนีออกมาด้วยความยินยอมจากเจ้าของหอพัก
พบ น.ส.อรสินีกำลังเก็บทำลายอุปกรณ์เซ็กซ์ทอย เจลหล่อลื่น ถุงยางอนามัย ก่อนที่นายเทพเสรีจะขับรถเข้ามาที่ห้องพัก อ้างว่ารู้จักกับพ่อแม่เด็กและนำตัวเด็กมาดูแลจริง
แต่ด้วยพยานหลักฐานที่แน่นหนา ทั้งคู่จึงยอมรับสารภาพในที่สุด ถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์ และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ผู้อื่น และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี
ส่วนแม่และพ่อเลี้ยง หนูน้อย ตำรวจยื่นคําร้องต่อศาลจังหวัดอุดรธานีออกหมายจับ และตามไปรวบได้ทั้งคู่ พร้อมหลักฐานการรับโอนเงิน 10,000 บาท นําส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี
ดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และเป็นการกระทำแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด
ยังไม่หมดแค่นั้น เจ้าหน้าที่ยังรวบรวมพยานหลักฐาน แจ้งข้อ กล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร.แถลงกวาดล้างมารสังคม
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อม นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี พล.ต.ต.ฉัตรชัย เรืองมาลัย รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รองผบช.ทท. พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี ร่วมกันแถลงปิดคดีดังกล่าวในช่วงค่ำ วันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา
ในวันเดียวกันยังแถลงจับผู้ต้องหาอนาจารและล่วงละเมิดเด็กอีก 2 คดี ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4
รายแรกคือ นายธนัญญา ไชยปัญญา สาวประเภทสองชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิง รับจ้างสอนเต้นแอโรบิกให้แก่นักเรียนในโรงเรียนใน อ.น้ำโสม หลอกลวงเด็กนักเรียนหญิงอายุ 8-13 ปี จำนวนหนึ่งมาข่มขืนและกระทำอนาจารเป็นเวลาหลายปี มีเด็กตกเป็นเหยื่อมากถึง 17 ราย
โดยในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหายังมีภาพอนาจารเด็กกว่า 4,000 ภาพ และคลิปขณะอนาจารเด็กอีกจำนวนหนึ่ง
อีกรายชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต (TICAC) ได้รับการประสานจาก NCMEC หรือศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเด็กหายและเด็กถูกละเมิดแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ “MaoNamHer oh” อัพโหลดสื่อลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
จึงสืบสวนจนทราบว่า ผู้ใช้บัญชีดังกล่าวคือ นายรชต สนิทวงศ์ ก่อนบุกจับคาบ้านพักที่ขอนแก่น พร้อมภาพและคลิปลามกเด็ก จำนวนมาก
บางคลิปเป็นตัวนายรชตกำลังก่อเหตุกับเด็กสาวอายุ 14 ที่ลวงแช็ตคุยผ่านแอพหาคู่
การลุยล้างบางมารสังคมเหล่านี้ เป็นอีกหนึ่งความแข็งขันปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจหลักของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
วัฒนชัย จำนงค์ทอง
อุดม ปิดตาทานัง
เรื่อง/ภาพ