เมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการ คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ต้องการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปก 2022 ในเดือนพ.ย.นี้ ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะคิด จะฝันอยากมีภาพเป็นเกียรติประวัติกับ วงศ์ตระกูลอย่างไรก็เป็นสิทธิ แต่ก่อนมองไปข้างหน้า ต้องเหลียวหลังไปมองวิกฤต 8 ปี ที่ผ่านมาด้วยว่ามีภาพลักษณ์ติดลบอย่างไรในสายตาของประเทศต่างๆ เริ่มตั้งแต่การทำปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ฉีกรัฐธรรมนูญ การปิดกั้นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออกของประชาชน เป็นต้น
“พล.อ.ประยุทธ์ชิงออกถ้อยแถลง ประกาศตัวพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปก ก่อนถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ จากคดีวาระนายกฯ 8 ปี เมื่อ 24 ส.ค. แต่ไม่พร้อมลาออก จนประชาชนลุกขึ้นมาขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์คิดถึงแต่ตัวเองก่อนประเทศชาติและประชาชนหรือไม่ แม้จะได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปก ก็ไม่ได้ช่วยให้ภาพลักษณ์ที่ติดลบตลอด 8 ปีดีขึ้น” นายอนุสรณ์กล่าว
น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด กรรมการบริหารพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า หลังการประชุมระดับรัฐมนตรีการค้าเอเปกช่วงกลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ไทยไม่สามารถควบคุมการประชุมให้อยู่ในเฉพาะประเด็นเศรษฐกิจการค้าได้ และในการประชุมรัฐมนตรีเอเปกวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 9-10 ก.ย. ที่จ.ภูเก็ต ประสบปัญหาเดียวกัน ประเทศสมาชิกหยิบยกเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นในที่ประชุม
ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงภาวะผู้นำ บริหารจัดการประชุม เอเปก กลับสู่กลไกปกติให้ได้ หากทำไม่ได้ ขอให้พิจารณาตัวเองว่าเหมาะสมจะเป็นรัฐบาลต่อหรือไม่ ทางที่ดีที่สุดหากเห็นแก่ประเทศชาติและประชาชนจริง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีหรือไม่ ควรลาออกเพื่อเปิดทางให้มีการสรรหานายกฯ คนใหม่ที่มีความรู้ความสามารถมาแทน
ด้านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้ว่า เรื่องความถนัดโจมตีคนอื่น และการใส่ร้ายป้ายสี ต้องยกให้นายอนุสรณ์ และคนของพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่หัวแถว ยันหางแถว เรื่องการเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปก ไม่ว่าจะรัฐบาลชุดใดมาเป็นเจ้าภาพ ถ้าทำในนามคนไทยทั้งประเทศ ทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมือสนับสนุน เพื่อเป็นหน้าตาเกียรติภูมิของบ้านเมืองเรา แต่ประหลาดใจที่คนของพรรคเพื่อไทย กลับดึงมาโยงเป็นเรื่องการเมือง โจมตีให้ร้ายคนอื่น กระเหี้ยนกระหือรืออยากกลับมามีอำนาจ อยากเป็นรัฐบาลเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปกเองหรือ
ขอย้ำว่าเรื่องการยึดอำนาจเมื่อปี 2557 นั้น ทำด้วยเหตุผลเพราะรัฐบาลยุคนายหญิง สุมหัวกับลิ่วล้อบริวารพยายามลักหลับ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมล้างความผิดให้นายใหญ่ จนเกิดการต่อต้านจากประชาชนทั่วประเทศ ที่ออกจากบ้านมาชุมนุมนับล้านคน และส่อว่าจะเกิดการเผชิญหน้า เนื่องจากมีความพยายามขนคนออกมา สุ่มเสี่ยงให้คนไทยฆ่าคนไทย จึงเกิดการยึดอำนาจ
“ผมอยากให้ลองนึกดูถ้าไม่มีการยึดอำนาจครั้งนั้น แล้วปล่อยให้คนไทยฆ่าคนไทย ปล่อยกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิดสุดซอย มีผลใช้บังคับให้คนโกงชาติบ้านเมือง กลับมาโดยไม่ต้องติดคุก แบบนี้แล้วกฎหมายบ้านเมือง หลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ตลอดจนภาพลักษณ์ของประเทศจะไม่ดิ่งเหวหรือ” นายเสกสกลกล่าว