ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมกันเมื่อวันที่ 14 ก.ย. วาระที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่

หลังได้รับเอกสารจากเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร ที่เป็นสำเนาบันทึก การประชุมและรายงานการประชุม คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่ 501 วันที่ 11 ก.ย. 2561 วาระการประชุมรับรองบันทึกการประชุม ครั้งที่ 500 วันที่ 7 ก.ย. 2561 ที่คณะอนุกรรมการพิจารณาตรวจบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมตรวจทานแล้ว โดยไม่มีการแก้ไข

ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้ว เห็นว่าคดีเป็นปัญหา ข้อกฎหมายและมีพยานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง

พร้อมกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง ในวันที่ 30 ก.ย. เวลา 15.00 น.

สำหรับประเด็นข้อกฎหมายสำคัญ ที่จะนำมาวินิฉัยพิจารณาคำร้องนี้ ได้แก่ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถดำรงตำแหน่งเกินแปดปี ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ ก็ตาม

เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จากเอกสารความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบ รายมาตรานี้ ที่ระบุเหตุผลว่าต้องการมิให้เกิดการผูกขาดอำนาจทางการเมืองยาวนานเกินไป อันนำไปสู่ความวิกฤตทางการเมือง

ส่วนคำชี้แจงโต้แย้งของพล.อ.ประยุทธ์นั้น จะมีน้ำหนักหักล้างข้อกล่าวหาได้หรือไม่ ต้องรอดูคำวินิจฉัยส่วนกลาง และคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าจะมีความเห็นอย่างไร

ขณะเดียวกันคำชี้แจงของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรธ.ที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า “วาระ 8 ปีนายกฯ” ของพล.อ.ประยุทธ์เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 อันเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้น

ซึ่งไม่ตรงกับบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่ 500 และรายงานการประชุมครั้งที่ 501 รับรองบันทึกการประชุม ครั้งที่ 500 ที่คณะอนุกรรมการพิจารณาตรวจบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมตรวจทานแล้วโดยไม่มีการแก้ไข

ก็น่าจะเป็นการหักล้างคำชี้แจงของนายมีชัยเองด้วยซ้ำ น่าคิดว่าจะมีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด

ดังนั้นบ่าย 3 วันที่ 30 ก.ย. จึงน่าระทึกใจยิ่ง!!!

เภรี กุลาธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน