บีบีซีรายงานวันที่ 17 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่นว่า รัสเซียจะไม่เปลี่ยนแผนปฏิบัติการทางทหารในยูเครน แม้ในช่วง 6 วันที่ผ่านมากองทัพยูเครนมีความก้าวหน้าในปฏิบัติการยึดคืนดินแดนทางภาคตะวันออกและตอนใต้ซึ่งถูกกองกำลังรัสเซียโจมตี รวมถึงเข้าครอบครอง โดยประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แถลงก่อนหน้านี้ว่าทหารยูเครนสามารถยึดคืนดินแดนในแคว้นคาร์คิฟได้มากกว่า 8,000 ตารางกิโลเมตร หรือราว 5 ล้านไร่ โดยนายปูตินย้ำว่าไม่ได้รีบร้อนและแผนการปลดปล่อยภูมิภาคดอนบัส ทางตะวันออกของยูเครน ยังเป็นไปตามขั้นตอน
“ปฏิบัติการเชิงรุกของเราในภูมิภาคดอนบัสยังไม่หยุด กองกำลังของเราก้าวไปข้างหน้า แม้ไม่เร็วนักแต่พวกเขาก็ค่อยๆ เข้ายึดพื้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” นายปูตินกล่าวหลังเข้าร่วมการประชุมองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่อุซเบกิสถาน ก่อนเสริมว่ารัสเซียยังไม่ได้ประจำการทหารเต็มอัตราในยูเครน มีทหารรัสเซียแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่กำลังต่อสู้ในยูเครน และจะตอบสนองอย่างแข็งกร้าวหากการโจมตีของยูเครนยังดำเนินต่อไป

โผล่เพียบ – ทหารยูเครนตรวจสอบศพที่พบในหมู่บ้านโกซาชา โลปัน แคว้นคาร์คิฟ ทางตะวันออกของยูเครน หลังกองทัพรัสเซียถอยร่นเพราะถูกโจมตีอย่างหนัก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังเร่งขุดศพจากหลุมฝังศพหมู่ราว 450 รายในเมืองอีซุมหรืออีซยุม (รอยเตอร์)
อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอรั่วไหลเมื่อไม่นานมานี้บ่งชี้ได้ว่ารัสเซียมีปัญหาด้านกำลังพลและพยายามจัดหานักโทษให้กับบริษัททหารรับจ้าง นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายใบประกาศรับสมัครทหารติดตามสถานพยาบาลและสถานที่ทางการในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก กับข้อความเรียกร้องให้ผู้มีคุณสมบัติสมัครร่วมกองทัพ และว่า “การรับใช้ประเทศชาติคืออาชีพที่แท้จริง”
ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์รายการ 60 มินิตส์ ของสถานีซีบีเอส พร้อมเตือนนายปูตินว่าอย่าใช้อาวุธเคมีหรืออาวุธนิวเคลียร์ด้านยุทธวิธีในยูเครน โดยกล่าวย้ำว่าการกระทำนี้จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สงครามไม่เหมือนกับสิ่งใดที่เคย เกิดขึ้นนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง
นายสกอต เพลลีย์ ผู้ประกาศข่าวและพิธีกร ถาม นายไบเดนว่าอยากกล่าวอะไรถึงนายปูติน หากผู้นำรัสเซียกำลังพิจารณาว่าจะใช้อาวุธเคมีหรืออาวุธนิวเคลียร์ด้านยุทธวิธีในปฏิบัติการทางทหารในยูเครน นายไบเดนตอบทันทีว่าอย่าทำเลย “อย่า..อย่า..อย่า” แต่ไม่ได้ระบุว่า สหรัฐจะตอบสนองอย่างไรหากรัสเซียดึงดันที่จะใช้อาวุธดังกล่าว