กทม. – นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า หลังจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้รับการร้องขอจากลูกจ้างชั่วคราวจำนวนมาก ระหว่างลงพื้นที่ผู้ว่าฯ สัญจร ทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยให้พิจารณาเรื่องการบรรจุเป็นลูกจ้างประจำ เนื่องจากลูกจ้างชั่วคราวหลายคนทำงานมานานมากกว่า 10 ปี แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาบรรจุ เพราะการบรรจุจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา เป็นหลัก ดังนั้น ผู้ว่าฯ กทม.จึงได้สั่งการให้มีการทบทวนปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราว ขึ้นเป็นลูกจ้างประจำ เพื่อความเป็นธรรมและเท่าเทียม
สำหรับแนวทางการปฏิบัติจะต้องลดการใช้ดุลพินิจ ให้น้อยลง โดยจะใช้การให้คะแนนแทนในการประเมิน แบ่ง 3 ด้าน ได้แก่ เรื่องอายุ ปริมาณงาน คุณภาพของงาน เพื่อเลี่ยงการใช้ดุลพินิจว่าที่ผ่านมาคนนี้ควรได้ คนนี้ ไม่ควรได้ ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจมากเกินไป
นายจักกพันธุ์กล่าวต่อว่า จากนี้ไปให้ใช้วิธีการ เชิงปริมาณ วัดด้วยคะแนน เช่น กรณีคนทำงานมานานจะได้คะแนนตัวนี้มาก แต่ถ้าปริมาณและ คุณภาพงานน้อย คะแนนส่วนนี้ก็จะลดลง ขณะที่คนทำงานไม่นาน แต่มีปริมาณงานมาก ผลงานมีคุณภาพก็ได้คะแนนมากขึ้น คะแนนเฉลี่ยใครมากกว่าจะได้รับคัดเลือก ซึ่งวิธีการนี้มีความเหมาะสม ช่วยให้การ คัดเลือกเกิดความเป็นธรรมมากขึ้น
นายจักกพันธุ์กล่าวถึงการดำเนินการ ขั้นตอนต่อไปว่า สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรของกรุงเทพ มหานคร (สกก.) จะเสนอผู้ว่าฯ กทม.ลงนามในคำสั่งกรุงเทพมหานคร เรื่องการกำหนดแนวทางการปฏิบัติ แจ้งให้หน่วยงานในสังกัดกทม.รับทราบเพื่อให้นำไปปฏิบัติใช้งานได้ทันที เริ่มตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2566 หรือประมาณเดือนต.ค.-พ.ย.นี้ โดยจะคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราวขึ้นมาทดแทนลูกจ้างประจำที่จะเกษียณอายุราชการปีนี้ ซึ่งมีประมาณ 50 คน รายงานข่าวแจ้งว่า ลูกจ้างชั่วคราวส่วนใหญ่ที่ได้บรรจุเป็นลูกจ้างประจำมักจะเป็นเด็กที่ได้รับความไว้วางใจ จากผู้ใหญ่ที่ได้รับการฝากฝังมา