หนังดราม่าคอมเมดี้สร้างจากนวนิยายชื่อเรื่องเดียวกัน Mrs. Harris Goes to Paris (มิสซิสแฮร์ริสไปปารีส) ที่พูดถึงประวัติศาสตร์แฟชั่นยุค 1950s ช่วงที่วงการแฟชั่นอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากสงครามโลก ทำให้การออกแบบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเต็มไปด้วยลูกเล่น เพื่อปลุกกระแสวงการแฟชั่นให้กลับมา

ดังนั้นเพื่อให้ตรงตามประวัติศาสตร์มากที่สุดหนังจึงได้รับการสนับสนุนข้อมูลจาก House of Dior พร้อมได้ เจนนี่ บีแวน นักออกแบบเครื่องแต่งกายเจ้าของรางวัล ออสการ์ถึง 3 ครั้งจาก A Room with a View (1987), Mad Max: Fury Road (2016) และ Cruella (2022) มาถ่ายทอดเครื่องแต่งกายของ Dior ปี 1947s ให้ทั้งแฟนหนังและสายแฟชั่นได้ตื่นตาตื่นใจ

เจนนี่ บีแวน บอกว่า “มันเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายในการทำงานครั้งนี้ เพราะในเรื่องจะเป็นการอ้างอิงถึงวงการแฟชั่นในช่วง 1947-1950 ซึ่งเป็นยุคที่วงการแฟชั่นกำลังฟื้นฟู โดยเฉพาะกับ Dior ที่ถือกำเนิดชุดเดรสลายดอกที่มีคัตติ้งและซิลูเอตอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นคอลเล็กชั่นที่ปฏิวัติวงการแฟชั่น”

“เราได้รับการสนับสนุนเต็มที่จาก Dior ฉันได้ใช้เวลาแสนพิเศษที่พิพิธภัณฑ์ Dior ในปารีสเพื่อศึกษาเอกสารบันทึกต่างๆ พระเจ้า มันคือขุมทรัพย์แห่งประวัติศาสตร์แฟชั่น ซึ่งฉันก็ได้พบว่าชุดโอตกูตูร์เหล่านั้นมีความซับซ้อนในการออกแบบตัดเย็บ ฉันและทีมต้องใช้เวลาในการศึกษาอย่างละเอียดและใช้ฝีมืออย่างเต็มที่เพื่อถ่ายทอดออกมาให้เหมือนต้นฉบับที่สุดจนออกมาเป็นทั้ง 16 ชุด ตั้งแต่เดรสกลางวัน ชุดราตรี ไปจนถึงชุดแต่งงานซึ่งเป็นชุดฟินาเล่ และทาง Dior ก็ได้เซอร์ไพรส์ให้ยืมโอตกูตูร์ห้าชิ้นจากคอลเล็กชั่น Dior’s Heritage เพื่อเข้าฉากแฟชั่นโชว์ ฉากสำคัญในภาพยนตร์อีกด้วย”

หนังเข้าฉาย 22 กันยายน 2565 ที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ เท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน