สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อัคคชิโน) กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นประธานในพิธีเปิด “การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ.2565” พร้อมบรรยายพิเศษ เรื่อง “ประสิทธิผลการขับเคลื่อนโครงการวัด ประชา รัฐ ทั่วประเทศ” เมื่อเร็วๆ นี้ ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ วัดเขียนเขต พระอารามหลวง ถนนรังสิต-นครนายก ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

มี พระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ โชตินธโร) เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง ประธานคณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ส่วนกลาง ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม กล่าวถวายรายงานฯ และบรรยายเรื่อง “ผลการดำเนินโครงการวัด ประชา รัฐ ในรอบ 5 ปี การสร้างวัดสวยด้วยความสุข” และนายเอกวิทย์ มีเพียร รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ถวายสักการะประธานในพิธีฯ

ทั้งนี้ มีเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด พระเลขานุการเจ้าคณะจังหวัด ประธานฝ่ายสาธารณูปการประจำจังหวัด และผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมฯ ในรูปแบบ On-site ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ วัดเขียนเขต พระอารามหลวง และรูปแบบ Online ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระบบ Zoom และการถ่ายทอดสดทาง Facebook


สมเด็จพระมหาวีรวงศ์กล่าวว่า “การที่จะให้โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ดำเนินไปได้ด้วยดีได้นั้น จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยความสามัคคีของทั้งคณะสงฆ์ หน่วยงานรัฐ และประชาชนในการให้ความร่วมมือ ซึ่งความสามัคคีนี้เป็นหัวใจหลักสำคัญในการประกอบกิจกรรมกิจการทุกอย่างให้สัมฤทธิผลได้ เพื่อให้เป็นวัดที่เหมาะแก่การบำเพ็ญ ศีล สมาธิ ปัญญา ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งหลักการสำคัญของโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข คือ การพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่รมณียะด้วยหลักสัปปายะตามแนวทางของพระพุทธศาสนา บูรณาการเข้ากับแนวปฏิบัติตามหลัก 5 ส คือ สะสาง สะดวก สะอาด สร้างมาตรฐาน และสร้างวินัย ซึ่งผลที่เกิดขึ้นย่อมสามารถเกื้อกูลประโยชน์ต่อประชาชนผู้มาบำเพ็ญกุศล และศึกษาพระธรรมคำสอนแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อให้เกิดสายสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้านกับวัด ส่งเสริมให้พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง และเป็นผู้นำด้านจิตใจของสังคมไทยได้อย่างแท้จริง”

พระธรรมรัตนาภรณ์กล่าวว่า “โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข เป็นหนึ่งในโครงการที่มหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาด้านสาธารณูปการ มีจุดมุ่งหมายให้วัดเป็นสถานที่สัปปายะเหมาะสมกับการเรียนรู้เป็นกลางศูนย์กลางของชุมชน เป็นที่พึ่งทางกาย จิตใจ และปัญญา สมตามบทบาทหน้าที่ของวัด และคณะสงฆ์ มุ่งเน้นการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในวัด และชุมชนตามหลักธรรมสัปปายะและหลัก 5ส เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพให้มีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย แลดูงดงามสบายตา พาสบายใจ ด้วยวิธีการเปิดพื้นที่ให้วัด ประชาชน และรัฐ ได้เรียนรู้ และทำงานร่วมกัน สู่เป้าหมาย คือ วัดสวยด้วยความสุข และการสร้างวัดในใจคน จากการขับเคลื่อนดำเนินงานโครงการฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 โดยคณะอนุกรรมการโครงการฯ ส่วนกลาง และคณะอนุกรรมการโครงการฯ ประจำหนต่างๆ ร่วมกับเจ้าคณะพระสังฆาธิการ และคณะสงฆ์ฝ่ายสาธารณูปการในแต่ละจังหวัด มีวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์ภรภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทั่วประเทศ จับคู่ร่วมกันดำเนินงานตามแนวทาง 3 พันธกิจ 5 ส เครื่องมือ 7 ขั้นตอนการดำเนินงาน 9 แนวปฏิบัติพัฒนาพื้นที่ ตามสถิติในเว็บไซต์ www.wat3579.com ถึงปัจจุบันรวมจำนวน 23,781 วัด”


“ขออนุโมทนาบุญขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนดำเนินงานโครงการฯ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ หนุนเสริมให้วัดมั่นคง เสริมสร้างให้ชุมชนเข้มแข็ง พัฒนาให้วัดเป็นศูนย์กลางการพัฒนาสุขภาวะ ทั้งสุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต สุขภาวะทางสังคม และสุขภาวะทางปัญญา ขับเคลื่อนด้วยพลังบวรที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม อันจะก่อให้เกิดเป็นประโยชน์สุขร่วมกันอย่างยั่งยืนสืบไป” พระธรรมรัตนาภรณ์กล่าว

สำหรับวัดและองค์กรที่สนใจเข้าร่วมหรือติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานคณะสงฆ์จังหวัด คณะสงฆ์ฝ่ายสาธารณูปการประจำจังหวัด และทางเว็บไซต์ www.wat3579.com ทาง Facebook page โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข @wat3579
นพรัตน์ คุ้มศรี