เมื่อวันที่ 20 ก.ย.65 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย (พท.) และหัวหน้าครอบครัว เพื่อไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษหนังสือพิมพ์ข่าวสดและสื่อในเครือมติชน ถึงการเป็นแคนดิเดตนายกฯในการเลือกตั้ง ครั้งหน้า คดีวาระนายกฯ 8 ปี การพานายทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน การออกกฎหมายนิรโทษกรรม จุดยืนมาตรา 112
● พรรคเพื่อไทยยังไม่ประกาศแคนดิเดตนายกฯ
พรรคอาจจะดูว่าจะเสนอทั้งหมดกี่ชื่อกันแน่ และอยากรอให้มีการเลือกตั้งก่อนแล้วจึงค่อยประกาศรายชื่อ
ส่วนข้อดีและข้อเสียของการประกาศชื่อแคนดิเดตช้าและเร็วนั้น หากประกาศช้าก็เป็นการตื่นเต้น เพราะจะได้ค่อยๆ เดากันไปว่าจะมีชื่อหรือไม่มีชื่อใคร หรือจะมีชื่อใครเพิ่มเติมหรือไม่ และพรรคจะได้มีโอกาสคิดเพิ่มว่าใครเหมาะสมที่สุด เพราะการเมืองสามารถเปลี่ยนได้โดยที่เราคาดเดาไม่ได้ในหลายๆ อย่าง ซึ่งตนเห็นด้วยกับการที่พรรคยังไม่เปิดชื่อ ตอนนี้ สุดท้ายแล้วอาจจะมีคนที่ดีมากแซงทางโค้งก็ได้
จากที่หลายคนมองว่าจะเป็นชื่อของตน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค และนักธุรกิจอีกหนึ่งคนนั้น ในขณะนี้ยังไม่ไฟนอลจะมีชื่อของตนหรือไม่ยังไม่แน่ใจ ส่วนความเป็นไปได้ว่าจะเป็นชื่อทั้ง 3 คนนี้มีมากน้อยแค่ไหนนั้น
ตนจะพูดแค่ในส่วนชื่อตน ของคนอื่นไม่ทราบ และไม่อยากตอบแทนเขา ซึ่งชื่อของตนมีความเป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ถามว่าจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่มีชื่อตนนั้น ก็เป็นไปได้เช่นกัน
เหตุผลที่อาจจะไม่มีชื่อตน อาจเป็นเพราะทำงานในพรรคไปสักพักแล้ว คนในพรรคเริ่มรู้สึกว่าในจุดนี้ไม่ใช่ คนนี้ทำงานไม่เป็นหรือไม่ ก็ไม่เป็นไร
แม้อยู่ในจุดไหนก็ตาม ตนยังอยากอยู่ในพรรคเพื่อไทย ยังอยากช่วยผลักดันเรื่องต่างๆ ในพรรค ไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นแคนดิเดต ทุกวันนี้ ที่ทำอยู่ก็ทำเต็มที่
เราดูสถานการณ์ของประเทศด้วย สถานการณ์ของพรรคจริงๆค่อนข้างเสถียรพอสมควร แต่ต้องดูทั้งประเทศด้วยว่าจะเกิดอะไรต่อไป รวมทั้งวันที่ 30 ก.ย.65 เป็นเรื่องสนุกอีกเรื่อง ต้องรอดูกันต่อไป แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญประกาศก็ต้องยอมรับอยู่แล้ว แต่ความรู้สึกของคนไทยน่าจะคิดคล้ายๆ กันเป็นส่วนใหญ่ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่มา 8 ปีแล้ว และพล.อ.ประยุทธ์น่าจะเรียกตัวเองว่านายกฯ 8 ปีแล้ว
ถ้าจะถามว่าเราดีกว่าพล.อ.ประยุทธ์อย่างไร ส่วนตัวมองว่าเรารับฟังความคิดเห็นของคนอื่นมากกว่าลุง ส่วนเรื่องอื่นรอให้คนอื่นมองดีกว่า เพราะจะเป็นการนั่งชมตัวเองไป
สิ่งที่คิดคือตนเปิดรับฟัง และมนุษย์ทุกคนมีข้อดีและ ข้อเสีย การจะรับฟัง การคุยกัน การยอมรับความคิดเห็นที่ แตกต่างของกันและกัน คิดว่าคือสังคมประชาธิปไตย ตนมีในส่วนนี้มากกว่า
● หากพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ คิดว่าจะมีจุดจบเหมือนนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือไม่
หวังว่ารัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ตนคงไม่สามารถพูดได้ว่ารัฐประหารจะไม่เกิดขึ้น และคงไม่มีใครพูดได้ แต่ประชาชนเห็นแล้วว่ารัฐประหารสร้างผลเสีย ทำร้าย และชะลอประเทศไปมากน้อยแค่ไหน
ตนมีความหวังว่าประเทศจะไปต่อ และหวังว่ารัฐบาลจะแข็งแรงสามารถอยู่จนจบสมัย แก้ปัญหาให้ประชาชนอย่าง ต่อเนื่องได้ ยุคสมัยเปลี่ยนไปมากแล้ว 16 ปีตั้งแต่มีการรัฐประหาร ต้องเปลี่ยนได้แล้ว
ส่วนจะมีวิธีบริหารชัยชนะอย่างไรให้ยั่งยืนนั้น ตอนนี้เหตุการณ์เปลี่ยนไปเยอะ ประชาชนอยากเห็นประเทศไปต่อ ไม่อยากเห็นเกมการเมือง คงอยากเห็นรัฐบาลที่จะเข้ามาแล้วทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น ให้ปัญหาปากท้องได้รับการแก้ไขจริงๆ
คิดว่าไม่จำเป็นต้องมีเกมการเมืองมากเช่นนี้ ควรจะเป็น 4 ปีที่เข้ามาเป็นรัฐบาล ทำอะไรให้ประเทศได้บ้างแล้วทำให้จบ เมื่อทำจบแล้วครบ 4 ปีก็ให้เลือกตั้งใหม่
หากประชาชนเห็นว่าดีก็เลือกคนเดิมต่อ เป็นแฟร์เกม เราต้องยอมรับและอยู่ในกฎกติกาให้ได้ ประเทศจึงไปต่อได้ประเทศอื่นๆ มีรัฐบาลใหม่ทุก 4 ปี เพราะเขาเป็นไปตามกติกา เราคือคนที่แปลก ที่ทำให้จบตามกฎกติกาไม่ได้
สิ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องทำคือทำให้ประชาชนมั่นใจว่าเราเป็นรัฐบาลที่สามารถแก้ปัญหาได้จริงๆ เพราะถ้าเอาใครมาแก้ปัญหาแล้วแก้ไม่จบ รัฐบาลก็ไม่มั่นคงแล้ว ฉะนั้นนโยบายที่เสนอ มั่นใจว่าเราทำได้ แต่แน่นอนว่าทุกอย่างอาจจะแก้ไขได้ไม่เสร็จภายในปีแรก ถ้าปัญหานั้นยาวนาน ต้องใช้เวลาและรัฐบาลที่เข้มแข็งพอที่จะอยู่จนจบและแก้ปัญหาส่วนมากของประเทศได้ ซึ่งเป็นภาพใหญ่ที่ต้องแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ประชาชนต้องร่วมมือในการเลือกรัฐบาลที่ตนเองไว้ใจ และให้เวลาในการแก้ไขปัญหา
ส่วนการประกาศตั้งเป้ากวาด ส.ส.250 คน ความจริง ตั้งเป้ามากกว่านั้นอยู่แล้ว เราเดินทางหาเสียงทั่วประเทศ ดังนั้น อยากแลนด์สไลด์ โดยเอานโยบายยื่นให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนชอบและซื้อนโยบายของเรา
เราต้องการแก้ปัญหาให้ประเทศ เพราะประเทศต้องไป ต่อได้แล้ว ไม่ใช่ชนะแบบกะปริบกะปรอย แล้วมาแพ้ ส.ว. ซึ่งพรรคเพื่อไทยต้องการเป็นคำตอบของภาพใหญ่ทั้งหมด การหาเสียงแลนด์สไลด์ เราให้ผู้สมัครคุยกับประชาชนจริงๆ และเข้าไปดูปัญหาจริงๆ
2 ปีที่ผ่านมาเราปรับตัวเยอะมาก เพราะไม่อยากถูกมองว่าเป็นพรรคสมัยก่อน ตอนนี้มีพลังของคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่จะเข้ามาทำงานในพรรค เพื่อลดช่องว่างระหว่างคนหลายช่วงอายุให้มากขึ้น
● จะนำนายทักษิณ กลับบ้านอย่างไร
นักโทษทางความคิด คนที่ถูกข้อหาทางการเมือง ต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ยุติธรรมก่อน ไม่ใช่แค่คุณทักษิณ คนเดียว ยังมีอีกหลายคนมากมายที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรมในเรื่องนี้ ต้องแก้ตรงนั้นก่อน
แต่แน่นอนว่าเซนส์ของความเป็นลูก โรดแม็ปในใจคือ พาใส่เครื่องบินแล้วกลับมานี่แหละ ก็แค่นั้นเอง ตนเป็นลูกพ่อตั้งแต่เด็ก การที่อยากให้พ่อมาอยู่ใกล้ๆ การที่แค่พูดถึงเขา ก็เหนื่อย ก็คิดถึง
● เคยมีความพยายามที่จะนิรโทษกรรม แต่ ผิดแผนผิดคิว จะปรับเรื่องนี้อย่างไร
การนิรโทษกรรมต้องใช้เวลา และเป็นเคสบายเคส ตั้งแต่นักโทษทางความคิดธรรมดาไปจนถึงเรื่องอาชญากรรม ชีวิตมันต่างกันมาก ต้องวิเคราะห์กันแบบเคสบายเคส การนิรโทษกรรมถ้าถูกใช้กับคนบางกลุ่ม คิดว่าโอเค
แต่บางกลุ่มก็ไม่ได้ อันนี้มากกว่าที่ต้องการความชัดเจนอย่างกรณีของคุณพ่อ ท่านเข้าใจประมาณเดียวกับตนว่า บางเคสไม่สามารถเหมารวมได้
เมื่อมองภาพตัวเองบางเรื่องก็เกินความสามารถ เราเข้ามาผลักดันนโยบายของพรรค ไม่ได้แปลว่าจะผลักดันให้ คุณทักษิณกลับมาได้ มันไม่ได้ต่อเนื่องกัน คุณพ่อมีประสบการณ์ มีแนวทางที่จะตัดสินใจว่าท่านจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ในส่วนของตนขอเน้นไปที่พรรคและประเทศ
ส่วนเรื่องคุณพ่อขอให้เป็นเรื่องทางใจ เรื่องของครอบครัว เราโฟกัสประเทศไป ส่วนคุณพ่อจะกลับมาอย่างไรเดี๋ยวว่ากัน แต่วันนี้ประเทศมากกว่าที่มีปัญหาบอบช้ำมากมาย
● หากมีตำแหน่งทางการเมือง ต้องเดินสองขาคือทำเรื่องการบริหารประเทศ แต่อีกขาหนึ่งคือเรื่องกระบวนการยุติธรรม
อันนั้นต้องถูกแก้อยู่แล้ว จะมีคุณทักษิณเข้ามาเกี่ยว หรือไม่ต้องถูกแก้อยู่แล้ว เพราะกระบวนการยุติธรรมมีปัญหา เราเรียงลำดับความสำคัญ
ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะเป็นตัวจัดตั้งการแก้ปัญหานี้อยู่แล้ว ไม่ว่าตนจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่
● น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีคีย์เวิร์ดคือแก้ไข ไม่แก้แค้น จะยึดเป็นหลักในการทำงานอย่างไร
ถ้าจะให้อธิบายตัวเอง คือเป็นคนตรงๆ ให้คิดเป็นประโยคแบบนั้นคงยังนึกไม่ออก ตอบไม่ได้
● จะสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างไร เพราะดูเหมือนจะสนับสนุนพรรคก้าวไกลมากกว่า
คิดว่าทุกพรรคมีพื้นที่ในใจคนรุ่นใหม่ ไม่ต้องแค่ก้าวไกลหรือเพื่อไทย แค่นโยบายที่ถูกใจเขา คนรุ่นใหม่พร้อมรับฟังว่าใครสื่อสารกับเขาได้ ใครตรงใจ พูดแล้วเข้าใจเขา
พรรคเพื่อไทยทำงานอย่างหนักเพื่อสื่อสารกับคนทุกกลุ่ม ทุกวัย เพื่อให้เกิดภาพรวมที่ดี ตนก็เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่สื่อสารว่าเป็นคนตรงไปตรงมา อะไรที่ตอบไม่ได้ก็ไม่ได้
คิดอย่างไรก็พูดแบบนั้น เป็นคนตรง แต่ไม่ได้แปลว่า พูดได้ทุกอย่าง เรามีกรอบของวัฒนธรรม มารยาท อะไรที่ ตรงใจคนรุ่นใหม่เขารับ
ดังนั้น วันนี้อาจมีทั้งก้าวไกลและเพื่อไทยในใจเขา แต่ถ้าเราเสนออะไรที่เขาไม่ชอบ เราก็ถูกลบออกไป แต่ถ้ามีอะไรที่ตรงใจ เขาก็เอาเราขึ้นมาใหม่ มันมีโอกาสตลอด แต่น่าจะต้องอยู่กับเพื่อไทยเพราะเราตั้งใจทำประโยชน์ให้พวกเขาอยู่แล้ว อยู่ที่วิธีการสื่อสารว่าจะชนะใจเขาได้หรือไม่ ขอให้รอดูกันต่อไป
● ปรากฏการณ์ที่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ คุณแม่ไปเปิดตัวครั้งแรกในรอบ 16 ปีที่งานครอบครัวเพื่อไทยจ.เชียงใหม่ เป็นการเปิดหน้า ลงสนามการเมืองหรือไม่
สื่อพูดถึงเยอะมาก เชื่อว่าเวทีหน้าคุณแม่ไม่กล้ามาแล้ว คุณแม่เป็นคนที่ไม่ชอบออกสื่อ ตั้งแต่สมัยที่เป็นภริยานายกฯ ท่านจะออกตามหน้าที่ ถ้าให้เลือกก็คงไม่ออก
ครั้งนี้คงอยากให้กำลังใจ ไม่ต้องวิเคราะห์อะไรไปมากกว่านั้นเลย คุณแม่อยากให้กำลังใจลูกสาวคนเล็ก
เมื่อเราขึ้นเวที ท่านคงรู้สึกดีใจ ภูมิใจ อยากไปให้กำลังใจแค่นั้นเอง ไม่มีอะไรให้ตีความ เวลาอยู่ที่บ้านคุณแม่ก็ดูทีวีตลอด ชอบเปิดให้ธิธารดูด้วย เมื่อตนออกจอจะแอบเปิดให้ ธิธารดูนิดหนึ่งว่าเห็นคุณแม่ไหม
● ในทางการเมืองเหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าคุณหญิงพจมานเข้ามาคุมพรรคเพื่อไทยเต็มตัว
ไม่เลย คุณแม่ไม่เข้าพรรคด้วยซ้ำ แน่นอนว่าความเป็นพ่อเป็นแม่ ถ้าตนมีปัญหา ปรึกษาได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางการเมือง เรื่องของพรรค เรื่องของหัวใจ รวมถึงเรื่องลูก ตนปรึกษาทุกเรื่องเหมือนครอบครัวทั่วไปที่ในชีวิตต้องปรึกษา พ่อแม่ ปรึกษาพี่น้อง ไม่มีนัยยะทางการเมืองจริงๆ
การกลับมาเหมือนได้เจอหน้ากันอีกครั้ง เพราะคุณแม่ ไม่เคยโผล่มาเลยในรอบ 16 ปี พอคุณแม่มา คนในพรรคเหมือนได้เห็นคนเดิม มันเป็นคำตอบทางใจ
● จุดยืนเรื่องมาตรา 112
จริงๆ ไม่ต้องแค่เรื่องมาตรา 112 แต่ทุกเรื่องที่ถกเถียงกัน ต้องผ่านกระบวนการของรัฐสภา ให้เป็นหลักนั้นดีกว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต้องอยู่ในกรอบ ต้องผ่านกระบวนการ ถ้าคุยกันแล้วในรัฐสภา ว่าต้องแก้ไขอย่างไร ทำอย่างไร ก็ต้องผ่านกระบวนการของรัฐสภา ต้องมีการคุยกันว่าตัวบทกฎหมาย มีปัญหาอย่างไร เพื่อตกลงกันอีกทีว่าจะเอาอย่างไร
● มองปรากฏการณ์การใช้มาตรา 112 ในเวลานี้อย่างไร
ตัวกฎหมายมีมานานมากแล้ว แต่เมื่อมาดูภายหลังการรัฐประหาร จำนวนของคนที่ถูกฟ้องมาตรา 112 มีเพิ่มขึ้นแบบกะทันหันอย่างมากมาย ถามว่าปัญหาอยู่ตรงไหนกันแน่ ไม่ใช่ว่าจู่ๆ เป็นอย่างนี้มาเรื่อยๆ แต่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วทำไมถึงมากมายขนาดนี้ในสังคมไทย
ตรงนี้มากกว่าที่เป็นปัญหา เป็นสิ่งที่น่าคิด