มันไม่ใช่เหตุซึ่งหน้า ไม่ได้ทำความผิดต่อหน้าตำรวจ ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ เขายังไม่ได้ก่อเหตุ ตำรวจไม่มีสิทธิ์จับ บลา บลา บลา สารพัดเหตุผลที่เจ้าหน้าที่ยกมาอ้าง จะด้วยเพราะความไม่รู้จริงๆ ว่าจะใช้ข้อกฎหมาย ข้อไหนที่ให้อำนาจจัดการ หรือเพราะความไม่ใส่ใจ แต่หลายครั้งมันทำให้เรื่องราวที่ควรจะบรรเทาเบาลงกลายเป็นลุกลามบานปลายถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต
อีกหนึ่งเรื่องราวสยองเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2565 ภายหลัง พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีเสถียรวงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านมีเหตุหลานชายใช้มีดดาบฟันคอน้าสาวเสียชีวิต ภายในบ้านพัก ต.หนองไหล อ.เมืองสระบุรี จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่แพทย์เวร โรงพยาบาลสระบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน

บ้านที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงพบที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวยกพื้น ที่ระเบียงหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่พบศพนางสายพิณ จูยอด อายุ 54 ปี อาชีพค้าขายอยู่ที่บริเวณหน้าวัดพระพุทธฉาย นอนเสียชีวิต ในสภาพสยดสยอง คอถูกฟันจนขาด เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเก็บ ชิ้นส่วนศีรษะรวมเข้ากับลำตัวห่อผ้าขาวมอบให้มูลนิธินำส่ง ร.พ.ศูนย์ฯ มศว.องครักษ์ จ.นครนายก พิสูจน์โดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
สอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายสุกฤต อ่วมน้อย อายุ 28 ปี เป็นหลานของ ผู้ตาย ที่มีบ้านติดกับผู้ตาย หลังก่อเหตุได้นำอาวุธมีดทำครัวยาวประมาณ 10 นิ้วเปื้อนคราบเลือดที่ใช้สังหารผู้ตายไปเหน็บไว้ที่ประตูบ้านของตนแล้วหลบหนีไป

เก็บหลักฐานจุดพบศพ
ตำรวจกระจายกำลังตามหาเวลาไล่เลี่ยกันมีชาวบ้านพบ นายสุกฤตในสภาพผมยาวรุงรังไปเดินเพ่นพ่านบ่นพึมพำเพียงลำพัง อยู่บนถนนทางเข้าอุทยานน้ำตกเขาสามหลั่นห่างจากบ้านที่เกิดเหตุราว 2 ก.ม. จึงนำกำลังไปจับกุม แต่นายสุกฤตต่อสู้ขัดขืนไม่ยอมให้จับกุม ประกอบกับเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ กว่าเจ้าหน้าที่จะสยบได้เล่นเอาเหงื่อตกไปตามๆ กัน เบื้องต้นสอบถามพูดจาวกวนไม่รู้เรื่องอ้าง มี “องค์ดำประทับร่าง” ให้ก่อเหตุเพราะเห็นน้าสาวเป็นปีศาจกินคนที่จะมาทำร้ายจึงลงมือ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองสระบุรี

นายสุกฤต อ่วมน้อย
นายประเวทย์ ทองมั่น ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี เล่าว่า นายสุฤกต คนก่อเหตุ ลูกบ้านของตนรายนี้ เคยเสพยาเสพติดมาก่อนจนหลอน เคยทำร้ายร่างกายแม่ตนเองจนได้รับบาดเจ็บ มักเดินถืออาวุธมีด/ไม้ เดินระรานไปทั่วจนเพื่อนบ้านเอือมระอา ก่อนเกิดเหตุคงเกิดอาการหลอนขึ้นอีก ถึงขั้นใช้อาวุธมีด “บั่นคอ” นางสายพิณ ซึ่งเป็นน้องแม่และเป็นน้าแท้ๆ ของตัวเองจนคอขาดออกจากร่างถึงแก่ความตาย แล้วหลบหนีไปเดินพึมพำๆ อ้างไปทั่วว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเจ้าองค์ดำเข้าสิงสั่งให้ก่อเหตุขึ้นดังกล่าว

นาทีจับกุม

สิ้นอิสรภาพ
แม้จะจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีประเด็นที่กลุ่มญาติพี่น้องคนตายต่างไม่พอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะก่อนเกิดเหตุขึ้น มีญาติได้โทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือกับตำรวจ เนื่องจากผู้ก่อเหตุคลั่งยาอาละวาดกับผู้ตายอยู่ในบ้าน แต่เจ้าหน้าที่มาช้ามาก ทำให้ญาติพี่น้องผู้ตายไม่พอใจ

ญาติไม่พอใจตร.
นางนฤเนตร อายุ 61 ปี ญาติเล่าว่า พวกตนแจ้งตำรวจแล้ว แต่ตำรวจไม่มา บอกว่าเหตุยังไม่เกิด มาไม่ได้ โทร.แจ้งไปตั้ง 3-4 ครั้ง ตำรวจก็ไม่มา ขนาดบอกว่าให้มาดูหน่อย เป็นคนเสียสติ ยืนอยู่ปากทาง ตำรวจบอกว่า เหตุยังไม่เกิดจะให้มาจับได้อย่างไร แต่พอเหตุเกิดแล้วตำรวจมาเลย เหตุเกิดประมาณ 1 ชั่วโมง โทร.แจ้งไป 2 ครั้ง แต่ตำรวจก็ไม่มา พอมีคนตายตำรวจมาเต็มเลย มาแล้วได้คนคืนมาหรือไม่
นางนฤเนตรกล่าวอีกว่า ผู้ก่อเหตุเป็นคนสติไม่ดี ชอบทำร้ายแม่ ใครพูดอะไรไม่ได้ ขณะที่ตนเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้ตาย ตอนนี้ตนเสียใจและเจ็บใจกับตำรวจมาก เพราะเราร้องเรียนไปแล้ว แต่ตำรวจไม่มา
“ป้ามีเบอร์ตำรวจที่โทร.ไปหาด้วย แต่ตำรวจก็ยังด่ากลับมาอีกว่า จะฟ้องป้าอีก มันน่าเจ็บใจ ตำรวจน่าจะมาดูสักหน่อยว่ามันเป็นอย่างไร แต่ตำรวจกลับบอกว่า ผมทำอะไรไม่ได้หรอก เหตุยังไม่เกิด” นางนฤเนตรกล่าวด้วยความเจ็บใจ
รอดูต่อไปว่าตำรวจจะล้อมคอกเหตุการณ์ลักษณะนี้อย่างไร
เสรี สุพรรณ์นอก, ชาญวิทย์ คำนวนวุฒิ
เรื่อง/ภาพ