มาตรการ “SME ปัง! ตังได้คืน” เป็นมาตรการใหม่ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ใช้งบประมาณกว่า 400 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจ ผ่านระบบ BDS (Business Development Service) สมัครง่าย อนุมัติไว ตังค์ได้คืน โดยช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการแบบร่วมจ่าย (co-payment) ในสัดส่วน 50-80% สูงสุดรายละไม่เกิน 200,000 บาท ตามขนาดของธุรกิจ

เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงบริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจจากหน่วยงานชั้นนำต่างๆ ทั่วประเทศ โดยในปี 2565 มีบริการครอบคลุม 3 หมวด ได้แก่ หมวดการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ หมวดการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด และการพัฒนาตลาดต่างประเทศ

ล่าสุด สสว.จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร เพื่อพบปะผู้ประกอบการ SME ที่เข้าร่วมมาตรการ SME ปัง ตังได้คืน ระหว่างวันที่ 14-15 ก.ย.2565

จุดแรกที่เข้าเยี่ยมชมคือ กระท่อมเห็ด ฟาร์ม @ไทรน้อย ของคุณนัยนา ยังเกิด ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 2 ไร่ เป็นฟาร์มเพาะเห็ด 5 สีทานได้ ประกอบด้วย เห็ดนางนวลสีชมพู นางรมทอง เห็ดนางรมฮังการี เห็ดนางฟ้าภูฏาน เห็ดเป๋าฮื้อ จำหน่ายทั้งดอกเห็ด ก้อนเห็ด ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ด วางจำหน่ายที่ ตลาดจริงใจ Tops supermarket, GOLDEN PLACE 5 สาขา ขณะที่ก้อนเห็ดมีขายทางออนไลน์ด้วย

ภายในฟาร์มเห็ดมีร้านอาหารและคาเฟ่ “กระท่อมเห็ด Farm & Cafe” บรรยากาศร่มรื่น เสิร์ฟเมนูเห็ดหลากหลายแสนอร่อย พร้อมเครื่องดื่ม รวมถึงเป็นศูนย์เรียนรู้การเพาะเห็ดสำหรับบุคคลทั่วไป ที่สนใจนำไปประกอบอาชีพ ตลอดจนเป็นศูนย์เรียนรู้การเพาะเห็ดสำหรับเด็กและเยาวชนด้วย

นัยนาเผยว่า ทำฟาร์มเห็ดปีนี้เป็นปีที่ 10 แล้ว ก่อนหน้านี้เคยเช่าที่ดิน ใกล้วัดเล่งเน่ยยี่ 2 ทำฟาร์มเห็ดควบคู่กับทำงานธนาคาร ซึ่งเป็นงานประจำ เป็นการทำธุรกิจไว้รองรับยามเกษียณ โดยนำ หลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการเริ่มต้นธุรกิจ

“กระทั่งมาซื้อที่ดินที่ อ.ไทรน้อย เพื่อทำฟาร์มเห็ดอย่างจริงจัง และเพิ่งออกจากงานประจำมาได้ไม่ถึง 1 เดือนเพื่อดูแลธุรกิจตรงนี้ หลังผ่านสถานการณ์โควิด-19 มาแล้ว ทำให้มั่นใจว่าธุรกิจเกี่ยวกับเกษตรสามารถพึ่งพาตัวเองได้จริง และสร้างรายได้ให้ชุมชนด้วย นอกจากเพาะเห็ดเพื่อจำหน่ายดอกเห็ด ก้อนเห็ด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ดแล้ว เรายังเปิดอบรมการเพาะเห็ดให้กับบุคคลทั่วไปด้วย ตอนนี้จบไปแล้ว 101 รุ่น”

ส่วนการเข้าร่วมมาตรการ SME ปัง! ตังได้คืนนั้น นัยนากล่าวว่า จากที่เคยสูญเสียโอกาสในตลาดต่างประเทศ เพราะผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูปของเรามีอายุสั้น รวมทั้งในช่วง ฤดูฝน ถ้าดอกเห็ดออกมาเยอะเกินความต้องการของตลาด เราต้องนำมาแปรรูป ทำแหนมเห็ด น้ำพริกเห็ด เห็ดกรอบ จึงได้เข้าร่วมมาตรการ SME ปัง! ตังได้คืน โดยจับมือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ โดยทดสอบและศึกษาอายุการเก็บ เราวางแผนว่าจากอายุผลิตภัณฑ์ 1 สัปดาห์ อยากให้ได้นานถึง 1 เดือน เพื่อให้มีช่องทางการตลาดมากขึ้น และในอนาคตจะใช้บริการ วว.ในการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานด้านบรรจุภัณฑ์ด้วย

นัยนายังเล่าว่า ช่วงโควิด-19 ตอนแรกกังวลมากว่าจะขายยังไง แต่เรามุ่งเน้นเรื่องตลาดออนไลน์ ปรากฏว่าช่วงนั้นขายดีมาก ดอกเห็ดไม่พอ เพราะคนต้องทำกับข้าวกินเอง ก้อนเห็ดมีคนสั่งเดลิเวอรี่เยอะมาก เพราะเขาต้องเพาะพันธุ์เองที่บ้าน รวมถึงบางโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ต้องการหาเงินมาเลี้ยงคนงาน ก็สั่งก้อนเห็ดไป เพาะเลี้ยงเพื่อเอาดอกเห็ดไปขาย

ปัจจุบันการบริโภคเห็ด ยังเป็นเรื่องของสุขภาพ สามารถทดแทนเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหลายยี่ห้อนำเห็ดไปสกัด เป็นโปรตีน ตลอดจนการพัฒนาในเรื่อง ความสวยงาม เพราะสรรพคุณในสารสำคัญ ของเห็ด ลดการอักเสบของเซลล์ตามผิว สามารถเอามาทำเป็นเครื่องสำอางได้ บางแบรนด์มีน้ำตบเห็ดแล้ว เรียกได้ว่า เห็ดเป็นราที่มีประโยชน์ เป็นราไฮโซ สามารถแตกไลน์ธุรกิจต่างๆ ไม่ใช่แค่เกษตรอย่างเดียว

จากกระท่อมเห็ด ฟาร์ม @ ไทรน้อย สสว. พาคณะสื่อมวลชน เข้าเช็กอิน ที่ ศักดิ์สยามเลคไซด์ รีสอร์ท จ.นนทบุรี ร่วมกิจกรรมล้อมวงคุยกับผู้ประกอบการ SME และ ผอ.สสว. พร้อมคณะผู้บริหารสสว.

อารยา ชูผกา กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ถาวรเมดไลน์ ผู้ผลิตและจำหน่าย เครื่องดื่มเกลือแร่ผงยี่ห้อ ตองเค (TONK-K) สตรองเค (STRONK-K) และ โอร่าซาลาย (ORA-SALINE) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้บริษัทกำลังวางแผนออกโปรดักส์ใหม่ แต่เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 จึงต้องปรับแผนใหม่ และพบว่าผู้บริโภคใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น จึงมองเห็นโอกาสของสินค้าที่ตอบโจทย์สุขภาพ

เป็นจังหวะเดียวกับ สสว. ออกมาตรการ ‘SME ปัง! ตังได้คืน’ จึงสมัครใช้บริการ ด้านการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ ในเรื่องการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหาร (บริการทดสอบ/ตรวจวิเคราะห์) โดยร่วมมือกับศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาฉลากโภชนาการให้ได้มาตรฐานบ่งบอกข้อมูลของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นด่านแรกของการยื่นขอมาตรฐานอย. ต้องขอบคุณ สสว.ที่ให้โอกาสในครั้งนี้

ด้าน วีระพงศ์ มาลัย ผอ.สสว. กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ สสว.ออกมาตรการ ‘SME ปัง! ตังได้คืน’ ใช้ระบบ BDS และให้ ผู้ประกอบการ SME ได้มีโอกาสเลือกว่าต้องการพัฒนาด้านใด ในอนาคตระยะยาว ทาง สสว.จะจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีความละเอียดมากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเลือกได้ว่าต้องการใช้บริการการพัฒนาเรื่องอะไรบ้าง ขณะนี้มีผู้ประกอบการ SME สมัครเข้าร่วมมาตรการแล้ว 2,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุด รองลงมาคือธุรกิจสิ่งทอ และอันดับที่สามคือธุรกิจท่องเที่ยว

สสว.ขยายระยะเวลาโครงการออกไป ถึงสิ้นเดือน ก.ย.2566 ตั้งเป้าหมายว่ามี ผู้ประกอบการเข้าร่วม 6,000 ราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน