วันที่ 21 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีที่ กกต.ขอให้พิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทรักธรรม ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 30 เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคตามมาตรา 92 วรรคสอง และห้ามมิให้ผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคของผู้ถูกร้องและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ ภายในกำหนด 10 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้องตามมาตรา 94 วรรคสอง
โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันที่ 19 ต.ค. เวลา 15.00 น.
ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ให้วินิจฉัยและสั่งยุบพรรคไทรักธรรม กรณีให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจบุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.มีมติดำเนินคดีอาญาไปแล้ว และยังพบการยื่นขอรับการสนับสนุนเงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองปี 2564 โดยหลังกองทุนอนุมัติวงเงินสนับสนุนแล้ว พรรคไทรักธรรมมีหนังสือแจ้งขอยกเลิกสาขาพรรคถึง 79 สาขา จากที่แจ้งว่ามีถึง 100 สาขา ซึ่งกกต.ถือว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์
สำหรับพรรคไทรักธรรมมีนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค เป็นหัวหน้าพรรค และเป็นส.ส.เพียงหนึ่งเดียวในพรรค อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลพรรคเล็ก