‘ถ้ำอชันตา’ หลุมหลบภัยพระสงฆ์

ฝึกจิต

พุทธสถานมรดกโลกที่โด่งดังแห่งหนึ่งในแดนพุทธภูมิ ซึ่งถ้าใครมีโอกาสได้ยลสักครั้ง อาจไม่เห็นถ้ำแกะสลักใดในโลกดูสวยงามอีกต่อไป เพราะพุทธสถานถ้ำแห่งนี้ คือ มหัศจรรย์แห่งศรัทธาของเหล่าบรรดาพระสงฆ์ที่ใช้สองมือมนุษย์ขุดเจาะภูเขาหินแกร่ง โดยสกัดหินจากด้านนอกเข้าไป และสกัดจากด้านบนลงมา จนเนรมิตอุโบสถ เจดีย์ พระพุทธปฏิมา จิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าพุทธประวัติอันวิจิตร ห้องกรรมฐาน ลานปฏิบัติธรรม และกุฏิที่พัก ขึ้นมาได้อย่างสวยงามจนน่าทึ่ง โดยใช้เวลาสร้างต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ พ.ศ.350 ถึง พ.ศ.1200 รวมระยะเวลากว่า 850 ปี

ซึ่งที่แห่งนี้คือ “ถ้ำอชันตา” (Ajanta Caves) เมืองออรังกาบาด รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย โดยถ้ำอชันตาได้ชื่อว่าเป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้รับมอบหมายของหัวหน้าพระธรรมทูต ให้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและเปิดการอบรม ที่วัดไทยอชันตา-เอลโลรา ซึ่งจะต้องพาพระสงฆ์จากวัดไทยหนึ่งเดียวในเมืองแห่งนี้ ไปศึกษาพิเศษที่ถ้ำอชันตาด้วย โดยคราวนี้มีโอกาสพบกับคณะของชาวพุทธอินเดีย ที่เดินทางมาประมาณ 30 คน

จึงมีโอกาสให้ศีล นำสวดมนต์ และพูดคุยแสดงธรรมะ ภายในถ้ำหมายเลข 26 ซึ่งถือเป็นถ้ำที่งามพร้อมและสมบูรณ์ที่สุด โดยการสอบถามผู้นำกลุ่มได้ความว่า เขามีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เห็นพระสงฆ์ เพราะพระสงฆ์ของอินเดียมีน้อย ในทุกวันนี้ชาวพุทธ ส่วนใหญ่ที่อินเดียก็ได้แต่กราบไหว้ สมาทานศีล 5 กับพระพุทธรูป นานทีปีหนจึงมีโอกาสพบเห็นสมณะ ในการเดินทางมาสู่ถ้ำอชันตา ชาวพุทธอินเดียมักมีโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิต จึงเข้าไปกราบ ทุกถ้ำและนั่งสมาธิภายในถ้ำ เพื่อน้อมระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า และคุณของพระสงฆ์ที่ได้สร้างสิ่งก่อสร้างอันมีค่านี้ไว้ให้แก่พวกเขา และถือว่าเป็นบุญอย่างสูงที่ได้พบพระสงฆ์ในถ้ำอชันต้าแห่งนี้

โดยความงดงามล้ำค่าของถ้ำอชันตาที่คนอินเดียภาคภูมิใจในวันนี้ ถ้าย้อนกลับไปดูถึงที่มาจะพบว่า เกิดขึ้นเพราะในอดีตมีพระสงฆ์กลุ่มหนึ่ง “หนีราชภัย” มาจากเมืองปาฏลีบุตร เมืองหลวงของแคว้นมคธ เพราะหลังจากที่พระเจ้าอโศกมหาราช เสด็จสวรรคตไม่ถึง 50 ปี เมืองปาฏลีบุตรซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา เคยมีพระอรหันต์ชุมนุมกันอยู่นับล้านองค์ เคยเป็นสถานที่ทำสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ 3 และเคยเป็นจุดที่ส่งพระสมณทูตออกไปเผยแผ่ทั่วโลกเท่าที่อินเดียรู้จักในขณะนั้นอีก 9 สาย กลับกลายเป็นเมืองที่ “ตามล่าล้าง” พระพุทธศาสนาจนพระสงฆ์ไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้อีก

ในปี พ.ศ.358 พระเจ้าปุษยมิตร ได้ก่อกบฏล้มราชบัลลังก์ของพระเจ้าพฤหัสรถ กษัตริย์องค์สุดท้าย แห่งราชวงศ์เมารยะ ของพระเจ้าอโศกมหาราช เนื่องจากพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่นี้ เป็นผู้นับถือศาสนาพราหมณ์ และรอจังหวะให้มีอำนาจเพื่อหวังทำลายพุทธศาสนามาอย่างช้านาน ยิ่งในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช ที่เชิดชูพระพุทธศาสนา ทรงห้ามการล่าสัตว์ และฆ่าเพื่อบูชายัญ จึงสร้างความไม่พอใจให้กับพระองค์และบรรดาพราหมณ์ที่ปกติหากินกับศรัทธามหาชนผ่านการบูชายัญเป็นอย่างมาก

พระเจ้าปุษยมิตร เมื่อได้เป็นกษัตริย์สมใจ จึงรื้อฟื้นพิธีอัศวเมธ ฆ่าม้าบูชายัญ และพิธีกรรมต่างๆ จนทำให้ศาสนาพราหมณ์ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง และด้วยความเคียดแค้นพระองค์จึงทรงทำลายพุทธศาสนาอย่างหนัก ด้วยการบิดเบือนพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และใส่ร้ายป้ายสีพระสงฆ์องค์สามเณรให้แปดเปื้อนด้วยคดีความต่างๆ เพื่อทำให้ผู้คนเสื่อมศรัทธา ใช้วิชาทางการทหารซึ่งยังมีมาจนบัดนี้ที่เรียกว่า “ข่าวกรองและการต่อต้านข่าวกรอง” เพื่อทำให้ผู้คนรู้ในสิ่งที่พระองค์ทรงอยากให้รู้ ให้ประชาชนเชื่อในสิ่งที่พระองค์ทรงอยาก ให้เชื่อ โดยการใช้ทั้งความเท็จและความจริงมาผสมปนเป ทำลาย ความน่าเลื่อมใสศรัทธาของพระสงฆ์

จากนั้นจึงส่งราชบุรุษไปจับสึกพระเพื่อนำมาลงโทษให้ติดคุก ติดตะราง ในที่ห่างไกลก็ประกาศตามล่าค่าหัวพระสงฆ์ ดังใน บันทึกของท่านตารนาถ นักประวัติศาสตร์ชาวทิเบตชื่อดัง ได้เขียนว่า “พระเจ้าปุษยมิตร กษัตริย์พราหมณ์องค์นี้ได้ทำลายอารามกุกกุฏาราม เมืองเวสาลี และวัดพุทธศาสนาที่สาคละ ที่ปัญจาบตะวันออก และพระราชทานรางวัลจำนวน 100 ทีนาร์สำหรับผู้ตัดศีรษะพระสงฆ์ได้”

นี่เองจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พระสงฆ์เป็นอันมากต้อง “หนีคดี” หรือ “หนีตาย” ออกจากเมืองปาฏลีบุตร และแคว้นมคธ ข้ามไปอย่างที่ห่างไกลจนเกิดเป็นวัดถ้ำต่างๆ มากมาย รวมถึง ถ้ำอชันตา

เมื่อท่านผู้อ่านได้อ่านบทความเรื่องนี้แล้วรู้สึก “คุ้น” คล้ายเหตุการณ์ที่พระพุทธศาสนากำลังประสบอยู่นี้ ก็จำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องมีกำลังใจที่มั่นคงเข้มแข็ง ถ้าชาวพุทธเผลอ รู้สึกเมื่อไหร่ว่า “ทำไมพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาถึงได้เลว อย่างนี้?” นั่นก็กลายเป็นเข้าทางผู้ที่จ้องทำลาย และจะทำให้ เราสูญเสียสิ่งมีค่าอันเป็นรากฐานของชีวิต ที่ชื่อว่า “พระพุทธศาสนา” ไป

พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน