‘เขื่อนเจ้าพระยา’แจ้งระบายน้ำเพิ่มต่อเนื่อง

พร้อมรับมือ ‘ป้อม’ห่วงกระทบเหนือ-อีสานบิ๊กตู่สั่งทหารเตรียมพร้อมช่วยประชาชนชัชชาติตรวจการระบายน้ำถนนวิภาวดี เขื่อนเจ้าพระยาเตือนระบายน้ำเพิ่มอีก อช.อินทนนท์สั่งปิดน้ำตก หลังน้ำป่าทะลัก ระทึกประตูช้างเผือก กลางเมืองเชียงใหม่ถล่ม สะเมิงดินสไลด์ปิดถนน กว๊านพะเยาล้นแล้ว-เร่งระบาย เร่งช่วยหญิงชราชาวบุรีรัมย์ป่วยติดเตียง เจอน้ำท่วมเกือบถึงเตียง รองผวจ.ศรีสะเกษนำทีมอพยพชาวบ้าน ชาวนาโคราชโอด นาจม 3 รอบ หมดตัวแล้ว

‘โนรู’แรงเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น
เมื่อวันที่ 25 ก.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของฟิลิปปินส์รายงานเมื่อช่วงเช้าของวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ว่า พายุโนรู ซึ่งในท้องถิ่นเรียกว่า “คาร์ดิง” มีความเร็วลมสูงสุดคงที่ 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วลมกระโชกสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่ในระดับของ “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น”

ทั้งนี้ พายุเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มสะสมกำลังลมสูงขึ้นอีก ก่อนขึ้นฝั่งที่เกาะลูซอน ซึ่งเป็นเกาะหลักตั้งอยู่ทางเหนือของฟิลิปปินส์ ปัจจุบันอยู่ ภายใต้คำสั่งเตือนภัยระดับสองถึงสาม ส่วนกลุ่มเกาะโปลิโยซึ่งอยู่นอกชายฝั่งเกาะลูซอน อยู่ภายใต้คำสั่งเตือนภัยระดับ 4 เนื่องจากอยู่ในแนวเส้นทางของพายุ และสุ่มเสี่ยงได้รับความเสียหายมากที่สุด

สำหรับซูเปอร์ไต้ฝุ่นโนรู นับเป็นพายุ ลูกที่ 11 ซึ่งพาดผ่านฟิลิปปินส์ จากโดยเฉลี่ยคือประมาณปีละ 20 ลูก

อุตุประกาศเตือนไต้ฝุ่น‘โนรู’
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 ก.ย. น.ส. ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนพายุโนรู ฉบับที่ 3 ความว่าเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (25 ก.ย. 2565) พายุไต้ฝุ่น “โนรู” บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 15.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 122.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2565 และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 28 กันยายน 2565 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศ ไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงในช่วงวันที่ 28 กันยายน – 1 ตุลาคม 2565 ขอให้ประชาชนในบริเวณ ดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 27 กันยายน – 1 ตุลาคม 2565 จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยม วิทยา และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยม วิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ปภ.เตือน 52 จว.-กรุงเทพฯ
ด้านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง กอปรกับกรมอุตุนิยมวิทยา มีประกาศเตือนพายุโนรูและกองอำนวยการน้ำแห่งชาติได้มีประกาศฉบับที่ 41/2565 ให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ระหว่างวันที่ 27 ก.ย.-2 ต.ค.

กอปภ.ก. จึงแจ้งให้ 52 จังหวัดและกรุงเทพฯ รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า รวมถึงติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำพร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำ และจัดการจราจรทางน้ำให้เหมาะสม พร้อมทั้งให้จัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและชุดปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที หากมีแนวโน้มจะเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ ให้จังหวัดดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ สถานการณ์ภัย และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น หากได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

‘ป้อม’ห่วง‘โนรู’กระทบเหนือ-อีสาน
เมื่อวันที่ 25 ก.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์พายุโนรู ระหว่างลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ว่า ขณะนี้เป็นห่วงเรื่องของพายุโนรู ที่จะกระทบกับภาคเหนือและภาคอีสาน โดยกำชับข้าราชการทุกคน ฝากให้ช่วยดูแลประชาชนให้เกิดความปลอดภัยแล้ว

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม สั่งการผ่านศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหมให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมระดมสรรพกำลัง ทั้งคนและยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชน บริเวณ 2 ฝั่งของแม่น้ำมูน เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นและเอ่อท่วมขัง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในหลายจังหวัด เช่นนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี โดยให้ช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และเตรียมการสนับสนุนเรื่องการจราจรขนส่งในพื้นที่ดังกล่าว และขอบคุณกำลังพลของทุกเหล่าทัพที่ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ผ่านมาในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และ กทม. อาทิ งานป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการกรอกกระสอบทราย ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ในจังหวัดปราจีนบุรี อุทัยธานี อุบลราชธานี อยุธยา

สำหรับการช่วยเป็นสื่อกลางในการนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายประชาชน การฟื้นฟูหลังน้ำลดใน จ.ระยอง การติดตั้งเรือผลักดันน้ำ ใน จ.ระยอง และ กทม. เป็นต้น และขอให้ยังคงกำลังพลของทุกเหล่าทัพและเตรียมยุทโธ ปกรณ์ให้พร้อมสนับสนุนหน่วยงานอื่นเมื่อได้รับการร้องขอตลอด 24 ชั่วโมง

บุรีรัมย์ช่วยหญิงชราป่วยติดเตียง
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านดอนหนองแหนพัฒนา ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ว่ามีผู้สูงอายุสองพี่น้องป่วยติดเตียง ถูกน้ำท่วมขังบ้านจนเกือบมิดเตียงนอน ต้องใช้ชีวิตกิน นอน อุจจาระ ปัสสาวะในน้ำที่ท่วมขังมา 2 วัน ยังไม่มีหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือ

เมื่อลงพื้นที่ไปดูตามที่ได้รับแจ้ง ก็พบว่ามีน้ำท่วมตั้งแต่ปากซอยทางเข้าหมู่บ้าน สอบถามชาวบ้านบอกว่ามีบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้เกือบ 10 หลังคาเรือน แต่ที่น่าเห็นใจมากที่สุดคือบ้านของนางจาก สงวนอาภรณ์ อายุ 79 ปี ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ที่อาศัยอยู่กับนายอ่ำ จันทร์คำพา อายุ 67 ปี น้องชายซึ่งป่วยเป็นโรคเท้าช้าง ทั้งสองพี่น้องต้องใช้ชีวิตด้วยความลำบากเพราะน้ำท่วมทั้งภายในบ้าน ห้องน้ำ ห้องครัว เตียงนอนสูงเกือบมิดที่นอน

จากการสอบถามนายอ่ำ บอกว่า น้ำเอ่อท่วมบ้านมา 2 วันแล้ว ทำให้ใช้ชีวิตด้วยความลำบากเพราะพี่สาวป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ส่วนตนก็เป็นโรคเท้าช้าง ก็ต้องคอยหาข้าวหาน้ำและยาให้พี่สาวกิน ตอนนี้ขาตนเองก็เริ่มอักเสบเพราะเดินแช่น้ำทุกวัน เวลาปัสสาวะ อุจจาระก็ทิ้งลงน้ำเพราะห้องน้ำถูกน้ำท่วมลำบากมากไม่รู้จะทำยังไง อยากให้หน่วยงานเข้ามาดูแลช่วยเหลือบ้าง เพราะปีที่ผ่านมาก็ถูกน้ำท่วมขังแบบนี้จนขาติดเชื้อต้องเข้ารักษาที่ร.พ.ถึง 8 วัน เพราะแช่น้ำ ขณะที่ทางเทศบาลก็ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังในชุมชนให้ลดลงโดยเร็วแล้ว

กว๊านพะเยาล้นแล้ว-เร่งระบาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชลประทานพะเยา สั่งเปิดบานประตูระบายน้ำ 2 บาน ในระดับ 50 เซนติเมตร เร่งระบายน้ำออกจากกว๊านพะเยา ลงสู่แม่น้ำอิง วันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร หลังสถานการณ์น้ำเกินการกักเก็บ ล่าสุดปริมาณน้ำมีอยู่ที่ 60.356 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ความจุของกว๊านอยู่ที่ 55.650 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงต้องเร่งระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เหนือน้ำที่ถูกน้ำหนุนเข้าท่วม เป็นระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ ส่งผลให้มวลน้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร ของอ.ดอกคำใต้ อ.ภูกามยาว และอ.จุน เป็นบริเวณกว้างเพิ่มขึ้น เนื่องจากมวลน้ำจากกว๊านพะเยา รวมทั้งจากแหล่งน้ำอื่นๆ ได้เข้าสมทบจนส่งผลให้พื้นที่ทางการเกษตรหลาย 1,000 ไร่ เริ่มถูกน้ำไหลบ่าเข้าท่วมและมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากในช่วง 3-4 วันนี้ ไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มสถานการณ์น้ำคาดว่าจะคลี่คลายลง

ขณะที่ชาวบ้านหลายพื้นที่ระบุว่า ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำอิง ซึ่งได้มีการระบายลงมา ยังไม่ส่งผลกระทบกับบ้านเรือนชาวบ้าน แต่หากเพิ่มปริมาณการระบาย คาดว่าน้ำจะเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านแน่นอน

เตือนน้ำป่าดอยอินทนนท์
นายเกรียงไกร ไชยพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ แจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ อ.จอมทอง ให้เตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำ หลังตรวจสอบปริมาณน้ำฝนสะสมได้เกือบ 90 มิลลิเมตร โดยเฉพาะช่วงเช้าวันนี้ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องนานกว่า 3 ชั่วโมง ส่งผลให้ปริมาณน้ำจากบนดอยไหลหลากลงไปด้านล่างตามแหล่งน้ำ ลำน้ำแม่กลาง ที่ไหลหลากแรงมีสีแดงขุ่น อาจส่งผลกระทบให้กับบ้านเรือนประชาชนตลอดสองฝั่งลำน้ำแม่กลางที่ไหลผ่านตัวอำเภอจอมทอง ก่อนจะไหลต่อลงสู่แม่น้ำปิง ให้ขนย้ายยกข้าวของขึ้นที่สูง สัตว์เลี้ยงย้ายไว้ในที่ปลอดภัย จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวปกติ

เบื้องต้น ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปยังน้ำตกผาดอกเสี้ยว เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากไหลหลากแรง สะพานไม้ข้ามลำน้ำผ่านน้ำตก ถูกพัดพังเสียหาย ต้องรอกระแสน้ำลดความแรงให้เข้าสำรวจอีกครั้งว่าจะสามารถเปิดให้เข้าท่องเที่ยวได้หรือไม่

พังครืน – กำแพงเมืองติดประตูช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พังทลายลงมา หลังเกิดฝนตกกระหน่ำติดต่อกันหลายชั่วโมง จนท.สำนักศิลปากรที่ 7 รุดตรวจสอบ ระบุสาเหตุ น้ำเข้าไปอยู่ในแกนกลาง เกิดแรงดันจนพัง เมื่อวันที่ 25 ก.ย.

ประตูช้างเผือกพังทลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าตรู่เกิดฝนตกหนักที่เชียงใหม่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในตัวเมืองเชียงใหม่หลายจุด พบว่ากำแพงเมืองเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ ประตูช้างเผือกได้พังทลายลงมา เศษอิฐดินลงมาเกลื่อน ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจอย่างละเอียดแล้ว เพื่อรอการบูรณซ่อมแซมต่อไป

นายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อำนวยการอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ กล่าวว่า กำแพงส่วนที่พังนี้เป็นเปลือกที่ห่อหุ้มแกนกำแพงเดิม การก่อสร้างเปลือกที่ห่อหุ้มนั้นโครงการไม่มีการโยงยึดกัน ลักษณะผนังแยกส่วนกัน เพราะฉะนั้นแกนตรวจกลางจึงกลายเป็นพื้นที่รับน้ำไปด้วย ช่วงที่ผ่านมาเกิดฝนตกปริมาณที่มากต่อเนื่องกันหลายวัน จึงเกิดการอิ่มตัวของน้ำเข้าไปถึงแกนในของกำแพง ก็เกิดแรงดันด้านข้างซึ่งไม่สามารถระบายออกมาได้ที่สุดจึงพังทลาย

ส่วนที่โบราณสถาน เวียงกุมภาม เกิดน้ำท่วมขังเป็นจุดๆ ทั้งบริเวณวัดช้างค้ำ วัดธาตุขาว น้ำท่วมรอบพระพุทธรูปประธานขนาดใหญ่และเจดีย์ ทางทางเทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานเครื่องสูบน้ำมาดูดน้ำ

ด้าน ว่าที่ร.ท.สายรุ้ง กลลุ่นเขียว ผอ.ส่วนอุทกวิทยาที่ 1 เชียงใหม่ ปฏิบัติราชการแทน ผอ.สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1 รายงานสถานการณ์ข้อมูลปริมาณน้ำฝน ว่าปริมาณน้ำฝนสะสม 12 ชั่วโมง เท่ากับ 84.0 มิลลิเมตร อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณตัวเมืองเชียงใหม่ และจากการตรวจสอบเรดาร์ตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ายังมีเมฆฝนปกคลุมและฝนตกอย่างต่อเนื่อง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนภัยให้แก่ประชาชนต่อไป

สะเมิงดินสไลด์ปิดถนน
ด้าน สนง.ปภ.จ.ชม. สาขาสะเมิง รับแจ้งจากเทศบาลตำบลสะเมิงใต้ ว่าเกิดดินสไลด์ปิดทางหลวงหมายเลข 1096 เส้นทาง อ.แม่ริม – อ.สะเมิง ช่วง ก.ม. ที่ 24 – 25 บ้านดงช้างแก้ว หมู่ 10 ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง ขณะนี้ เทศบาลตำบลสะเมิงใต้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวของกำลังเร่งดำเนินการใช้เครื่องจักรเปิดเส้นทางดังกล่าวแล้ว ขณะเดียวกัน บนดอย สุเทพ ได้เกิดต้นไม้ล้มข้างเส้นทางจากจุดเลยหอดูดาวขึ้นมาเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดดอยอินทนนท์ และผู้ใหญ่บ้านร่วมชาวบ้าน ประชาชนที่ใช้เส้นทางได้ช่วยกันตัดต้นไม้ดังกล่าวออกจากถนนที่ล้มขวาง เคลียร์เส้นทางจนสามารถขึ้น-ลงได้ปกติ

ส่วนที่ อ.จอมทอง เกิดเหตุฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำในลำน้ำสายหลักและลำห้วยสาขามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ไหลหลากท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทำการเกษตรหลายแห่ง นางจริยา วงศ์สุวรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอำเภอจอมทอง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

น้ำยมทะลักโพธิ์ประทับช้าง
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม ที่ไหลจาก จ.สุโขทัยผ่านจ.พิษณุโลก ยังคงไหลเข้าสู่พื้นที่จ.พิจิตร และปริมาณฝนที่ยังตกต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ 4 อำเภอ คือ อ.สามง่าม อ.โพธิ์ ประทับช้าง อ.บึงนารางและอ.โพทะเล น้ำยมมีปริมาณมาก เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนตามพื้นที่ลุ่มต่ำ และยังคงมีแนวโน้มมีระดับสูงขึ้น

ล่าสุดที่ หมู่ที่ 8 ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง น้ำได้เอ่อท่วมบริเวณชั้นล่างของบ้านเรือนประชาชนกว่า 100 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูง 50-60 ซ.ม. นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม ผู้ว่าฯ พิจิตร เตือนประชาชน ในพื้นที่ติดกับเทือกเขาและบริเวณแม่น้ำสายหลัก แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน และลำน้ำสาขา จะมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกหนักในช่วงนี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ โดยได้แจ้งเตือนไปยังนายอำเภอให้ออกเตือนเสียงตามสาย แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง พร้อมทั้งให้เกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลิตข้าว เพื่อป้องกันความเสียหายจากฝนที่ตกหนัก

น้ำป่าภูกระดึงบ่าท่วม80หลัง
ที่ อ.ภูกระดึง จ.เลย มีฝนตกหนักตลอดทั้งวันทั้งคืนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงสู่ลำน้ำลำพอง ทางอำเภอและทาง อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต่างแจ้งไปยังประชาชนที่อยู่ริมน้ำให้ระมัดระวังตัว เฝ้าติดตามระวังน้ำเอ่อ ท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะบ้านห้วยเดื่อ ม.8 ต.ศรีฐาน อ.ภูกกระดึง และอีกหลายๆ หมู่บ้านใกล้เคียง ขณะนี้น้ำท่วมไปแล้วกว่า 80 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูง 1-2 เมตร

นายประชา แสนกลาง นายอำเภอภูกระดึง กล่าวว่า สำหรับในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการให้หน่วยช่วยเหลือต่างๆ ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเข้าไปช่วยขนของ ช่วยเหลือชาวบ้านที่น้ำท่วมเข้าถึง และเฝ้าติดตามสถานการณ์ อย่างต่อเนื่อง และมีสภานการณ์ที่มากกว่านี้ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือทันที

ศรีสะเกษเร่งอพยพ
ที่ ชุมชนหนองบัว อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายสำรวย เกษกุล รอง ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายพีระพงศ์ หมื่นผ่อง หน.สนง.ปภ.ศรีสะเกษ , พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ , นายคมป์ สังข์วงษ์ นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ นำคณะช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนหนองบัว ซึ่งนายสำรวยช่วยเจ้าหน้าที่ยกตู้เย็นเครื่องซักผ้าและที่นอนรวมทั้งกระป๋องปลาร้าและมะละกอขึ้นจากเรือท้องแบนเพื่อช่วยชาวบ้านเพื่อหนีน้ำท่วม มาที่ศูนย์อพยพที่ทางราชการได้จัดเตรียมเอาไว้

นายสำรวยกล่าวว่า บริเวณชุมชนหนองบัวในขณะนี้ได้อพยพประชาชนที่ประสบอุทกภัยขึ้นไปก่อน 2 – 3 วันแล้ว แต่ว่าก็ยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งยังคงอยู่ในบ้านเพื่อเฝ้าดูแลทรัพย์สินของตนเอง ซึ่งทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง ปภ.จังหวัดศรีสะเกษและเทศบาลเมืองศรีสะเกษได้เข้าไปช่วย เพื่อไปอยู่ในศูนย์อพยพที่ทางราชการได้จัดไว้ให้หลายจุดด้วยกัน เนื่องจากว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้น้ำเริ่มไหลแรงมากเพราะว่าปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะถนนที่เป็นทางน้ำ พบว่าน้ำจะไหลแรงมาก

ห่วงฝนเกินค่าเฉลี่ย 30 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดน้ำท่วมถนนลาดยางสายหลัก จาก อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ไปยัง อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด จนขาดเป็นระยะทางยาวประมาณ 30 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ เจ้าหน้าที่ปิดกั้นการจราจร เพื่อให้ประชาชนใช้เส้นทางอื่นในการสัญจรไปมา นอกจากนี้น้ำยังทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านบริเวณทุ่งหนองแห้ว ต.ด่าน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ น้ำที่ไหลเชี่ยวกรากทำให้ชาวบ้านคนหนึ่งที่เข้าไปเกี่ยวหญ้าให้วัวอยู่บริเวณใกล้เคียงได้ถูกน้ำท่วม ซัดไปติดอยู่เกาะกลางน้ำ เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ราษีไศล ได้ร่วมกับชาวบ้านไปช่วยนำตัวขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

นายจำรัส สวนจันทร์ ผอ.โครงการชลประทานศรีสะเกษ กล่าวว่า การวิเคราะห์ปริมาณน้ำฝนสะสมและฝนเฉลี่ยวันนี้ปริมาณน้ำฝนสะสม 1363.2 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 30 ปี จำนวน 1445.8 มิลลิเมตร ดังนั้นในปี 2565 ยังต่ำกว่าปี 2564 เพียง 40.10 มิลลิเมตรและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรอบ 30 ปี เพียง 82.6 มิลลิเมตรเท่านั้น การคาดการณ์ปีนี้จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยรอบ 30 ปีและปี 2564

หากพายุไต้ฝุ่นโนรูไม่อ่อนกำลังลงจะทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมปีนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยรอบ 30 ปีและปี 2564 จำนวนมาก จึงขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำทุกแห่งของ จ.ศรีสะเกษ ให้ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลันด้วย และเพื่อความปลอดภัยควรที่จะนำทรัพย์สินของมีค่าและสัตว์เลี้ยงขึ้นไว้บนที่สูง และให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย

โคราชแจ้งเตรียมพร้อม
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยสถานการณ์อ่างเก็บน้ำที่อยู่ในความ รับผิดชอบของสำนักงานชลประทานที่ 10 นครราชสีมา ว่า จากจำนวนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 23 แห่ง ล่าสุด 9 แห่ง มีปริมาณน้ำเกินพื้นที่เก็บกักทำให้มีมวลน้ำไหลล้นออกจากสปิลเวย์ลงสู่คลองน้ำธรรมชาติ ประกอบด้วยอ่างห้วยบ้านยาง อ.เมือง, อ่างห้วยยาง อ.ปักธงชัย, อ่างลำเชียงสา อ.วังน้ำเขียว, อ่างบ้านสันกำแพง อ.วังน้ำเขียว, อ่างบึงกระโตน อ.ประทาย, อ่างห้วยบง อ.ชุมพวง, อ่างห้วย สะกาด อ.พิมาย, อ่างเก็บน้ำลำฉมวก อ.ห้วยแถลง และอ่างห้วยยางพะไล อ.แก้งสนามนาง นอกจากนี้ยังมีอ่างเก็บน้ำอีก 5 แห่ง มีปริมาณน้ำเกิน 80%

ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ คืออ่างลำตะคอง อ.สีคิ้ว, อ่างลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย, อ่าง มูนบน อ.ครบุรี และอ่างลำแชะ อ.ครบุรี ทั้งหมดมีปริมาณน้ำกักเก็บรวม 673.89 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 75.05 % ยังมีพื้นที่รับน้ำฝนได้พอสมควร

ล่าสุดแจ้งผ่านทางโทรสารด่วนที่สุดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ อ.เสิงสาง อ.ปักธงชัย อ.ครบุรี อ.วังน้ำเขียว อ.โชคชัย อ.ปากช่อง อ.หนองบุญมาก อ.สูงเนิน อ.สีคิ้ว และ อ.เมือง และพื้นที่เฝ้าระวังน้ำเพิ่มขึ้นฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่ง จากอิทธิพลไต้ฝุ่นโนรู ได้แก่ลุ่มน้ำชี อ.บ้านเหลื่อม และ อ.แก้ง สนามนาง ลุ่มน้ำมูน อ.พิมาย อ.ชุมพวง อ.ลำทะเมนชัย และอ.เมืองยาง เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำ ทั้งบุคลากรและเครื่องจักรกลสาธารณภัย รวมถึงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนที่คาดจะได้รับผลกระทบเตรียมความพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงที

ชาวนาโอดหมดตัวแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อ.พิมาย ทำให้ชาวนาในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยนายวิโรจน์ ประคองค้า อายุ 63 ปี เกษตรกรที่มีพื้นที่ทำนาอยู่ด้านท้ายเขื่อนพิมาย กล่าวว่า ตนทำนาปลูกข้าวหอมมะลิจำนวนกว่า 100 ไร่ ถูกน้ำท่วมเสียหายเป็นรอบที่ 3 แล้ว โดยในครั้งนี้ท่วมสูงกว่า 2 เมตร ทำให้นาข้าวของตนได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง โดยก่อนหน้านี้ทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาได้มีกำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอพิมายเร่งจัดหางบประมาณช่วยเหลือชาวนาอย่างเร่งด่วน ซึ่งตนก็ได้นำเอกสารความเสียหายส่งไปให้ทุกหน่วยงานแล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งเงินที่ตนใช้ทำนารอบล่าสุดก่อนโดนน้ำท่วม ก็ได้ไปกู้ยืมเงิน ธ.ก.ส.มาลงทุนทำนาทำให้ต้องเป็นหนี้เป็นสินเพิ่มขึ้นอีก จึงอยากให้หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือชาวนาบ้างเพราะตอนนี้ตนไม่เหลือเงินที่จะทำนาต่อไปแล้ว

เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พบว่าน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาผ่านจุดวัดน้ำค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย วัดได้ในอัตรา 1,968 ลบ.ม./วินาที และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ำฝนจากทางตอนบนประเทศ โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ล่าสุดวัดได้ +16.29 เมตร โดยเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้คงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 1,989 ลบ.ม./วินาที เป็นวันที่ 8 เพื่อรักษาสมดุลของน้ำเหนือเขื่อน และท้ายเขื่อน และบรรเทาความเดือดร้อน ในพื้นที่ลุ่มต่ำที่กำลังถูกน้ำท่วม และเพื่อสร้างพื้นที่ว่างเหนือเขื่อนรองรับมวลน้ำเหนือ ที่จะมีมากขึ้นจากอิทธิพลของ “พายุโนรู” ซึ่งจากการระบายน้ำในเกณฑ์ดังกล่าวส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนคงตัว

ล่าสุดได้รับแจ้งว่า ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายนนี้ จะมีการปรับเพิ่มการระบายขึ้นไปที่ 2,200-2,300 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นอีก 30-50 ซ.ม. หลังจากนั้นก็จะมีการปรับแผนการระบายเพิ่มอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบกับพื้นที่ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มเติมได้แก่ อ.อินทร์บุรี, อ.เมืองสิงห์บุรี และ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี, อ.ไชโย จ.อ่างทอง, จ.ปทุมธานี, จ.นนทบุรี, กรุงเทพมหานคร และ จ.สมุทรปราการ จึงขอให้พื้นที่น้ำท่วมเดิมและพื้นที่ตามประกาศใหม่เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน