‘เต๋า-ท็อป-ต้าวหยอง’ชูโรง‘ฮักเจ้าอีหลี’เผยเสน่ห์หมอลำ

สกู๊ปบันเทิง

จ่อเข้าโรงฉายแล้ว สำหรับภาพยนตร์ “ฮักเจ้าอีหลี” ภายใต้การดูแลของ M 39 บริษัท เอ็มเทอร์ตี้ ไนน์ จำกัด ผลงานการ กำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ ‘แก๊ปเปอร์’ วรฤทธิ์ นิลกลม ผู้กำกับฯ ซีรีส์วาย

คว้านักร้องดัง ‘เต๋า’ ภูศิลป์ วารินรักษ์ มารับบท ‘เคน’ ตลกท้ายแถวที่ฝันอยากเป็นพระเอกหมอลำเบอร์หนึ่ง ประชันบทบาทกับนักแสดงหนุ่ม ‘ตูมตาม’ ยุทธนา เปื้องกลางรับบท ‘โดม’ ผู้จัดการวงสุดเฮี้ยบ, พระเอกหมอลำสุดฮอต ‘ท็อป’ นรากร กันจันทึก รับบท ‘ท็อป’ พระเอกหมอลำอันดับ 1, แดนเซอร์เอวเด้ง 4 G ‘ต้าวหยอง’ ยุคลเดช ปัจฉิม รับบท ‘แม็ค’ หมอลำดาวรุ่งประจำคณะ, ลูกทุ่งสาวอีสานอินดี้ ‘กวาง’ จิรพรรณ บุญชิต รับบท ‘ขนุน’ ตลกสาวอารมณ์ดี, นักแสดง-ดาวติ๊กต็อก ‘โบ๊ท’ อนาคามี บินสมัน รับบท ‘เพิ่ม’ น้องเล็กแก๊งตลก นอกจากนี้ยังมี ‘อาร์ตี้’ ธนฉัตร ตุลยฉัตร, ‘ศรีมาลา’ มนต์มิ่งขวัญ ม่วงมีรส, ‘พ่อเอ๊ะ’ ภักดี พลล้ำ ฯลฯ ร่วมแสดง

“ฮักเจ้าอีหลี” เล่าเรื่องราวของ เคน ตลกหนุ่มท้ายแถวคณะหมอลำชื่อดัง ฝันอยากเป็นพระเอกหมอลำเบอร์หนึ่ง แต่ทว่า เสียงร้องของเขากลับเพี้ยนขั้นสุด แล้ววันหนึ่งการปรากฏตัวของ โดม ก็ทำให้เขามีโอกาสลุ้น อีกทั้งกลุ่มเพื่อนๆ ก็หาวิธีสนับสนุนช่วยเหลือเขาสุดกำลัง

โดย ‘แก๊ปเปอร์ วรฤทธิ์’ ผู้กำกับฯ เผยถึงการได้รับโอกาสสร้างสรรค์และกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ผมว่าวงการหมอลำ ไม่ต่างจากแร็พเปอร์ ลูกทุ่ง สตริง ฮิพฮอพ มันคือศาสตร์ศาสตร์นึง พอได้ไปคลุกคลี ทำข้อมูลบท กับหมอลำแล้วก็ได้เห็นเสน่ห์ของมัน ในวันที่เขาพูด เขาลำกลอน เขาร้อง เขาเล่น เขารำ เขามีศิลป์อะไรบางอย่างที่มีเสน่ห์มากๆ แล้วก็ได้เห็นการต่อสู้ของพวกเขาที่พยายามจะรักษา ส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมชิ้นนี้ไว้ ซึ่งมาในยุคนี้ได้เห็นว่าพวกเขาทำสำเร็จ หมอลำไปเปิดโชว์ที่ไหน ผู้คนโดยเฉพาะวัยรุ่นก็แห่กันไปชม เป็นเสน่ห์ที่โดนใจผม ทำให้ผมอยากถ่ายทอดออกมาในภาพยนตร์”

“ส่วนเหตุผลที่เลือกนำความเป็นวัยรุ่นมาเล่าก็เพราะมองว่า วัยรุ่นปัจจุบันนี้มีแนวคิดใหม่ที่กล้าหาโอกาสให้ตัวเอง กล้าตามความฝัน กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่เขาแค่ยังขาดพื้นที่และโอกาส ผมอยากให้หนังเรื่องนี้ เวลาเขาเข้ามาดูเขาจะได้รู้สึกว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ไม่ได้มากับดวงและโอกาสอย่างเดียว มันผสมผสานไปด้วยความพยายาม ความสามารถ เพื่อนหมู่คณะ ทีมเวิร์ก นั่นคือข้อความสำคัญที่ผมต้องการบอกออกไป”

“ผมเลือกวัยรุ่นกลุ่มนี้เป็นตัวแทนนำเสนอสิ่งที่ผมอยากเล่า เพราะอย่าง ท็อป นรากร, ต้าวหยอง, กวาง จิรพรรณ, โบ๊ท อนาคามี ได้รับโอกาสเล่นหนังเรื่องแรก โอกาสมาแล้วเขาก็ต้องมีความพยายาม ความฝึกฝน ที่จะทำให้ดี มีเพื่อนๆ พี่ๆ คอยสนับสนุน ในที่นี้พวกเขาได้ เต๋า ภูศิลป์ กับ ตูมตาม ซึ่งเขาเล่นหนังเล่นละครมาอยู่แล้ว เขาก็ให้โอกาสกับคนที่เขาทำงานด้วยกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่ดีในการทำงานร่วมกัน ทำให้คนดูรู้สึกว่า ในความสำเร็จ สิ่งสำคัญมันคือ ทีมเวิร์ก เพื่อน โอกาส และความพยายามนะ”

ด้านนักร้องนักแสดงหนุ่ม ‘เต๋า ภูศิลป์’ เผยว่า “จริงๆ ผมเกิดและเติบโตกับ วงหมอลำ ตอน 8 ขวบ เคยมีโอกาสขึ้นร่วมงานกับแม่นกน้อย อุไรพร แต่พอโต เส้นทางสายชีวิตจับพลัดจับผลูเข้ามาในวงการด้วยการร้องเพลงคัฟเวอร์ แล้วก็เล่นละครมา 13 เรื่องแล้ว แต่ลึกๆ แล้วเราโหยหาความเป็นหมอลำโหยหาความเป็นอีสานบ้านเฮา อยากจะเป็นหมอลำ แต่ไม่มีโอกาสไปทำตรงนั้น หนังเรื่องนี้ทำให้ผมได้กลับไปยืนอยู่จุดเริ่มต้นที่อยากจะเป็น ก็คือหมอลำ”

“เราได้เล่นหนังที่ถ่ายทอดความเป็นหมอลำ แต่ชีวิตจริงเราไม่ใช่หมอลำ แต่มันอยู่ในสายเลือด เราอยากจะเป็น แต่ไม่ได้เป็น เราได้มาเป็นอีกสายนึง แต่เราก็ยืนมองดูความเป็นหมอลำอยู่ตลอดเวลา จนได้มีโอกาสเข้ามาช่วยงานคุณแก๊ปเปอร์ ผู้กำกับฯ ในเรื่องของประสานงานวงหมอลำ มันมีความสุขมาก ตอนนั้นผมไม่ได้คิดว่าจะได้ร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วยซ้ำ ผมโทร.หาพ่อเอ๊ะ ระเบียบวาทะศิลป์ โทร.หาวงหมอลำต่างๆ ที่มีในภาคอีสาน ช่วยหาน้องๆ หมอลำที่จะมาร่วมงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ สุดท้าย คุณแก๊ปเปอร์บอกว่าเขียนบท บักเคนมาให้ผม ผมก็แบบ เฮ้ย!! ดีใจและภูมิใจมากที่มีโอกาสประชาสัมพันธ์บอกเรื่องราวความเป็นหมอลำผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ”

พบกับภาพยนตร์วัยรุ่นที่วุ่นวายไปด้วยมิตรภาพ ความฝัน หลังเวทีหมอลำ “ฮักเจ้าอีหลี” พร้อมฉายในโรงภาพยนตร์ 29 กันยายนนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน