วันที่ 28 ก.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รัฐบาลไทยเรียกร้องให้มหาอำนาจของโลกใช้เวทีการประชุมระดับภูมิภาคและระดับโลก ที่จะเกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเดือนพ.ย.นี้ เป็นเวทีหารือแนวทางแก้ไขสำหรับสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงในช่วงการอภิปรายทั่วไปต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 77 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์กว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้อง (ASEAN Summit) วันที่ 11-13 พ.ย. 2565 ที่กรุงพนมเปญ การประชุมผู้นำจี 20 (G20) วันที่ 15-16 พ.ย. 2565 ที่เมืองบาหลี และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปก (APEC) วันที่ 18-19 พ.ย. 2565 ที่กรุงเทพฯ ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้นำระดับโลกในการเจรจา และค้นหาแนวทางออกสำหรับสถานการณ์ยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ พลังงานและความมั่นคงด้านอาหารของโลก ซึ่งสหประชาชาติสามารถเข้ามามีส่วนร่วมด้วย
สถานการณ์ยูเครนส่งผลให้เกิดปัญหาและความท้าทายในปัจจุบัน เกิดผลกระทบต่อหลายๆ ประเทศ รัฐบาลไทยเห็นว่าการจะรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน ทุกฝ่ายควรร่วมหารือ และเปิดช่องทางการสื่อสาร ซึ่งการกระชับความร่วมมือและการหารือระดับพหุภาคีระหว่างหุ้นส่วนมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะรับมือกับความท้าทายและวิกฤตต่างๆ ทั้งนี้ เดือนพ.ย. 2565 ระหว่าง 11-19 พ.ย. ผู้นำจากทั่วโลกจะมีการประชุมร่วมกันติดต่อตลอดทั้งสัปดาห์ใน 3 แห่ง ที่จะจัดขึ้นในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นี้ เริ่มต้นที่กัมพูชา อินโดนีเซีย และไทย ในการประชุมเอเปก ทุกฝ่ายอาจพิจารณาใช้โอกาสนี้ในการหารือคลี่คลายสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ยังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน