วันที่ 28 ก.ย. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ประธานกมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน กล่าวว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตนในฐานะกมธ.กิจการศาลฯ ได้สืบหาข้อเท็จจริงในประเด็นสำคัญของ 4 กระทรวง คือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งบุคคลและเอกสารพบมีข้าราชการระดับสูงรู้เห็นเป็นใจกระทำการผิดกฎหมายหลายฉบับอย่างเป็น กระบวนการ แบ่งแยกหน้าที่ทำเป็นเครือข่าย

ที่ประชุมกมธ.มีมติให้ส่งคำร้องทุกข์กล่าวโทษไปยัง ป.ป.ช. เอาผิดกับผู้บริหารระดับสูงฝ่ายการเมือง ผู้บริหารกระทรวงและผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัด ที่กระทำความผิดต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2563-2565 หลังจากพิจารณาสืบหาข้อเท็จจริงตามอำนาจ กมธ. ยังพบพยาน หลักฐานสำคัญอันควรเชื่อได้ว่าผู้บริหารระดับสูงระดับกระทรวงและระดับกรม มีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้กับกลุ่มบริษัท เอกชน แบ่งแยกหน้าที่กระทำกันเป็นเครือข่าย วางแผนกันกำหนดนโยบาย และรูปแบบวิธีประมูลโครงการจำนวนมาก มูลค่ารวมกันกว่า 1 หมื่นล้านบาท เอื้อประโยชน์ให้เอกชน และมีพยานหลักฐานสำคัญเป็นองค์ประกอบความผิด จึงมีมติให้ยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษด้วย เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดที่มีมูลค่าสูง อีกทั้ง ยังมีพฤติกรรมคล้ายองค์กรอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่ซับซ้อน เป็นเครือข่าย จึงส่งเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดีเอสไอรับดำเนินการเป็นคดีพิเศษต่อไป

ในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้ยื่นเรื่อง ให้ ป.ป.ช.ก่อนหน้านี้ ทราบว่าได้ตั้งกรรมการไต่สวนแล้ว กมธ.พบพยานหลักฐานเพิ่มเติมซึ่งจะทยอยนำส่ง ป.ป.ช. ในเร็ววันนี้ นอกจากนี้ยังมีอีก 1-2 กระทรวงที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญ โดยจะเร่งส่งสำนวนคำร้องทุกข์กล่าวโทษให้ ป.ป.ช.และดีเอสไอเพิ่มภายใน พ.ย.นี้

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน