เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า รัสเซียใช้สิทธิยับยั้ง (วีโต้) ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ก.ย. เพื่อคัดค้านมติประณามการทำประชามติใน 4 พื้นที่แบ่งแยกดินแดนของยูเครนว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการประกาศการทำประชามติดังกล่าวเป็นโมฆะและเรียกร้องให้ประเทศภาคีปฏิเสธการรับรองการผนวกดินแดน หลังประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ลงนามผนวกแคว้นซาโปริฌเฌีย โดเนสตก์ ลูฮันสก์ และเคียร์ซอน เข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียอย่างเป็นทางการ
การลงคะแนนในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงของสมาชิก 15 ประเทศ ปรากฏว่ามีคะแนน 10 ต่อ 1 เสียงที่เห็นชอบกับมติซึ่งเรียกร้องให้รัสเซียยุติการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากยูเครนในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข ส่วนจีน อินเดีย บราซิล และสาธารณรัฐกาบองงดออกเสียง
นางลินดา โธมัส-ดรีนฟิลด์ ผู้แทนถาวรสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติ กล่าวก่อนการลงมติว่าในกรณีที่รัสเซียใช้สิทธิวีโต สหรัฐและแอลเบเนีย สองประเทศที่สนับสนุนมติดังกล่าวจะนำกรณีนี้เข้าสู่ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติซึ่งมีสมาชิก 193 ประเทศ และไม่มีการใช้สิทธิยับยั้ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าประชาคมโลกยืนหยัดเคียงข้างการปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน
วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศตุรกี (ทูร์เคีย) หนึ่งในประเทศพันธมิตรแน่นแฟ้นของรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ผู้นำตุรกี เป็นตัวกลางหารือถึงการยุติสงครามกับประธานาธิบดีปูตินหลายครั้ง ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนว่าตุรกีจะไม่รับรองดินแดนยูเครนที่ถูกผนวกเข้ากับรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งหารือเพื่อยุติความขัดแย้งยืดเยื้อนี้ “ตุรกีไม่เคยรับรองการผนวกรวมของไครเมียในปี 2557 และขอเน้นย้ำว่าตุรกีสนับสนุนบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน รวมถึงอิสรเสรีภาพ และอธิปไตยในทุกๆ ด้าน” และตุรกี ขอสนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยการเจรจา”