เมื่อเย็นวันที่ 27 ก.ย. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร. (ยศ-ตำแหน่งขณะนั้น) บินด่วนลงพื้นที่ จ.พัทลุง เพื่อสอบปากคำผู้ต้องหาก่อนแถลงปิดคดียิงผัว-เมียเจ้าของร้านคาราโอเกะ คดีที่ตอนแรกดูจะเป็นเพียงเรื่องส่วนตัว แต่เมื่อ สาวลึกลงไปกับกลายเป็นคดีที่มีผลสะเทือนกระบวนการยุติธรรม
เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 29 ส.ค. 2565 ร.ต.อ.สมนึก บุญชู รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง พ.ต.อ.เอกพงษ์ ทั่งจันทร์แดง ผกก.สภ.ทะเลน้อย พ.ต.ท.มานิตย์ เอี่ยวสกุล รอง ผกก.(สอบสวน)ฯ พ.ต.ต.พิสิษฐ์ ศศิธร สว.สส. จนท.หน่วยกู้ภัยเทศบาลตำบลพนางตุง จนท.หน่วยกู้ภัยเทศบาลตำบลทะเลน้อย อ.ควนขนุน ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุยิงกันได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตที่ร้านนายหัวคาราโอเกะ บ้านเลขที่ 302 หมู่ที่ 6 ริมถนนสายควนขนุน-ทะเลน้อย ต.พนางตุง อ.ควนขนุน

ร้านคาราโอเกะที่เกิดเหตุ
ตำรวจพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่บริเวณหน้าร้าน 15 ปลอก บริเวณหลังเคาน์เตอร์หน้าร้านที่สร้างต่อยื่นเป็นระเบียงบ้านออกมา ตำรวจพบกองเลือดตกอยู่หลายกอง สภาพประตู หน้าต่างที่ทำด้วยแก้วถูกยิงจนพรุน ส่วนเจ้าของร้านที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตที่ ร.พ.ควนขนุน คือ นายณรงค์ นิลโชติ อายุ 62 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณหน้าท้อง ลำตัว และสีข้างจำนวนหลายแผล ส่วน นาง วันดี จรเสมอ อายุ 51 ปี ผู้เป็นภรรยาถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดดังกล่าวเข้าที่บริเวณหน้าอก ลำตัว หลายนัดเช่นกัน
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายณรงค์มาเช่าบ้านหลังดังกล่าวเปิดเป็นร้านคาราโอเกะประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุหลังจากที่ร้านปิดแล้วมีคนร้ายสองคนขี่จยย.มาตะโกนถามว่าร้านปิดแล้วยัง ทั้งสองสามีภรรยา ซึ่งปูเสื่อนอนบนพื้นที่หลังเคาน์เตอร์ได้ลุกขึ้นพร้อมพร้อมว่าร้านปิดแล้ว จากนั้นคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายลงมาแล้วใช้อาวุธปืนรัวยิงใส่สองสามีภรรยาจนล้มลงจมกองเลือด จากนั้นสองคนร้ายได้หลบหนีไปตามถนนสายควนขนุน-ทะเลน้อย หลบหนีไปอย่างลอยนวล

นาทีจับผู้ต้องหา
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สุริยา ปัญญามัง รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง พ.ต.อ.ยศวรรษ์ กระจ่างวงค์ ผกก.สืบสวน พ.ต.ต.จำเริญ อินทร์แก้ว หัวหน้าชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพลมือปืนรับจ้างและผู้ร้ายสำคัญฯ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรภาค 9 ลงพื้นที่ติดตามคดี พร้อมให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรพัทลุงเร่งแกะรอยหากล้องวงจรปิดตามเส้นทาง
ขณะที่ปมก่อเหตุตำรวจให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งกลุ่มเงินกู้นอกระบบ ก่อนจะพบอีกชนวนคือ นายณรงค์เป็นพยานคนสำคัญในคดีฆ่า น.ส.ธัญญารักษ์ ก้องตั้น อายุ 25 ปี พนักงานเสิร์ฟของร้านคาราโอเกะของนายณรงค์ ที่ถูกคนร้ายยิงตายในห้องน้ำร้านเมื่อหลายปีก่อน และตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ โดยศาลไต่สวนในเดือนต.ค.ที่จะถึงนี้
ลงมืออุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย อีกทั้งยังเกี่ยวพันกับการฆ่าปิดปากพยาน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. จึงให้ความสำคัญลงพื้นที่สั่งการให้ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผบก.สส.ภ.9 พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้าย

ค้นหลักฐานปล่อยกู้นอกระบบ
ในที่สุดตำรวจก็พบเบาะแสสำคัญ จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้เสียชีวิตมีสาเหตุโกรธเคืองอยู่กับนางจีระวรรณ มูสิกรักษ์ หรือเจ๊นก อายุ 47 ปี ซึ่งมีอาชีพปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยผู้ตายและภรรยากู้เงินจากเจ๊นก แต่ถูกรีดดอกเบี้ยโหดจึงเข้าร้องกองปราบปรามเอาผิดเจ๊นก จนถูกจับกุมและเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่ถึง 2 ปี
ที่สำคัญทั้งนายณรงค์และนางวรรณดียังเป็นพยานปากสำคัญซึ่งกำลังจะขึ้นให้การต่อศาล ในคดีฆ่า น.ส.ธัญญารักษ์ ซึ่งผู้ต้องหาก็คือบุตรชายของนางจีระวรรณนั่นเอง
เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานจนขอศาลจังหวัดพัทลุงออกหมายจับนางจีระวรรณ หรือนก มูสิกรักษ์ อายุ 47 ปี ผู้จ้างวานฆ่า, นายวิสุทธิ์ หรือเปา พรมบุญแก้ว อายุ 27 ปี ลูกเขยของนางจีระวรรณ ทำหน้าที่คนขับรถ, นายกฤษฎา รัตนพันธ์ อายุ 30 ปี มือปืน และ น.ส.อนุสรา หรือนุ๊ก มูสิกรักษ์ อายุ 26 ปี ลูกสาวของนางจีระวรรณ เป็นคนช่วยพากลุ่มผู้ก่อเหตุหลบหนี ก่อนติดตามจับกุมตัวได้ยกแก๊งเมื่อเย็นวันที่ 22 ก.ย.

บิ๊กตร. แถลง
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวในการแถลงข่าวว่า จากการสืบสวนเพิ่มเติมทราบว่า นางจีระวรรณได้จ้างวานให้นายวิสุทธิ์ ลูกเขยของตนกับพวก ใช้อาวุธปืนไปยิงนายณรงค์และนางวรรณดี ตามวันเวลาเกิดเหตุ จากนั้นได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ก่อนที่ต่อมา น.ส.อนุสรา ลูกสาวของนางจีระวรรณ จะรับตัวนายวิสุทธิ์กลับมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านของนางจีระวรรณ และใช้ชีวิตตามปกติเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นอกจากคดีนี้แล้ว ตำรวจยังรวบรวมพยานหลักฐาน ขยายผลถึงการปล่อยเงินกู้โดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หลังพบว่ามีลูกค้ามากกว่า 200 ราย
บุญทวี ทองร่วง / ไสว รุยันต์
เรื่อง/ภาพ