คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมครั้งที่ 5/2565 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี สู่ระดับ 1.00% ต่อปี โดยเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ของปี (รวม 50bps)
ทั้งนี้ คาดว่ากนง. มีแนวโน้มปรับดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.25% ในการประชุมครั้งถัดไป (รอบสุดท้ายของปี) ภายใต้ปัจจัยต่อไปนี้
เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง จากแรงส่งของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นหลัก โดย กนง. ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังยกเลิกมาตรการ Thailand Pass
โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2565 และปี 2023 เพิ่มขึ้นเป็น 9.5 ล้านคน และ 21 ล้านคน ตามลำดับ ใกล้เคียงกับมุมมองของ Krungthai COMPASS ที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะแตะระดับ 8.1 ล้านคน และ 21.3 ล้านคน ตามลำดับ
โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปีนี้จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงอีกสักระยะหนึ่ง และคาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในปี 2566 โดย กนง. ได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปี 2565 และปี 2566 เป็น 6.3% (จากเดิม 6.2%) และ 2.6% (จากเดิม 2.5%) ตามลำดับ แม้ว่าจะประเมินเงินเฟ้อจะผ่านจุดสูงสุดในช่วงไตรมาสที่ 3 ปีนี้
แต่คาดว่าระดับเงินเฟ้อจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงอีกระยะหนึ่งจากต้นทุนสินค้าที่ทยอยปรับขึ้นต่อเนื่อง ก่อนทยอยกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงกลางปี 2566
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อยังมีความเสี่ยงด้านสูงจากการส่งผ่านต้นทุนที่อาจมากกว่าคาดสะท้อนจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง รวมถึงการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า การปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ และต้นทุนสินค้านำเข้าที่สูงขึ้นจากค่าเงินบาทที่ อ่อนค่าต่อเนื่อง โดยต้นทุนที่อยู่ในระดับสูงอาจจะทยอยส่งผ่านและสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า
Krungthai COMPASS ประเมินว่าวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบนี้จะขึ้นไปแตะระดับ 2.5-3% ในปี 2567 จากการมุ่งปรับนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติ (Normalization) ในช่วงที่เศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว ธปท. จึงจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมีความจำเป็นลดลง
และเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการดำเนินนโยบายทางการเงิน (Policy space) เพื่อเป็นกระสุนสำรองไว้เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า
Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย