นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เผยว่า เทศกาลกินเจ ละเว้นเนื้อสัตว์ เพิ่มการกินผัก ผลไม้ แต่อาหารเจส่วนมากมีรสหวาน มัน โดยเฉพาะรสชาติที่เค็มจัด ปี 2564 พบคนไทยบริโภคเฉลี่ย 3,636 มิลลิกรัมต่อวัน ที่น่ากังวลคือเยาวชนรุ่นใหม่อายุ 17-24 ปี บริโภคโซเดียมเกินถึง 3,194 มิลลิกรัมต่อวัน ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของโรค NCDs ความดันโลหิตสูง ไต หัวใจ และหลอดเลือด ถึงขั้นเสียชีวิต

“กินเจวิถีใหม่ ห่างไกลโรค NCDs ควรเลือกกินให้ได้สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่ และเลือกกินอาหารเจด้วยรหัสสุขภาพ 2 : 1 : 1 คือ หนึ่งจานควรกินผัก 2 ส่วน ข้าวแป้งไม่ขัดสี ข้าวกล้อง 1 ส่วน โปรตีนจากพืช 1 ส่วน และรหัส 6 : 6 : 1 เครื่องปรุงในการประกอบอาหารคือ น้ำมัน 6 ช้อนชาต่อวัน น้ำตาล 6 ช้อนชาต่อวัน เกลือ 1 ช้อนชาต่อวัน ใส่ใจให้ความสำคัญกับสุขอนามัย ปรุงสุก เน้นผักมากกว่าแป้งและของทอด สะอาด ล้างมือก่อนและหลังปรุงอาหาร”

นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดการบริโภคเค็มกล่าวว่า การกินเจ “ลดเค็ม เลือกได้” ใช้สูตร 4 เลือก 4 เลี่ยง คือ 1.เลือกกินผักสด ผักหลายชนิดไม่มีโซเดียม หรือมีอยู่น้อยมาก 2.เลือกสั่งเค็มน้อย ไม่ใส่ผงชูรส 3.เลือกไม่ปรุงเพิ่ม 4.เลือกอาหารแช่แข็งที่มีฉลากโภชนาการทางเลือกสุขภาพ ส่วนต้องหลีกเลี่ยง คือ 1.เลี่ยงซดน้ำซุป กินเฉพาะเส้นและเครื่องเคียง 2.เลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป 3.เลี่ยงอาหารหมักดอง 4.เลี่ยงขนมกรุบกรอบ ทั้งนี้ ได้ร่วมกับ สสส.พัฒนานวัตกรรมวัดความชาลิ้นออนไลน์ที่เข้าใจง่าย ทดสอบพฤติกรรมติดเค็ม 5 ระดับรวบรวมองค์ความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจผลกระทบต่อสุขภาพ แนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเค็ม ผ่านเว็บไซต์ www.sodiumquiz.lowsaltthai.com

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน