สถิติคดีชิงเงินจากรถขนเงิน แทบทุกคดีล้วนพบว่ามีเกลือเป็นหนอน เช่น คดีคนร้ายแต่งชุดไรเดอร์ชิงเงินสด 3.5 ล้าน ในพื้นที่ สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เพียงแค่สอบถาม ไม่กี่คำ ตำรวจก็พบพิรุธหลายจุดในคำให้การของ น.ส.ประภาพร บุญมีสนม พนักงานบัญชีสาววัย 29 ปี สุดท้ายเพียงวันเดียวตำรวจ ก็ปิดคดีลงได้
ย้อนไปเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 กันยายน 2565 พ.ต.อ.ธนาวุฒิ จงจิระ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.บ้านบึง รับแจ้งเหตุชิงเงินภายในซอยราษฎร์อุทิศ ด้านหลังธนาคารไทยพาณิชย์ เขตเทศบาลเมืองบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี จึงนำกำลัง เข้าตรวจสอบ พบรถตู้สีขาวยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน 40-1193 ชลบุรี จอดอยู่ริมถนนใกล้เคียงกับร้านหอยทอด และพบกับผู้เสียหายคือน.ส.ประภาพร บุญมีสนม อายุ 29 ปี พนักงานบัญชีบริษัทเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง อยู่ในอาการตกใจ

นาทีก่อเหตุ
สอบถามทราบว่าได้มาเบิกเงินกับธนาคารกรุงเทพสาขาบ้านบึง เพื่อเอาไปจ่ายค่าแรงให้กับพนักงานโดยจะมาเบิกทุกวันที่ 5 และวันที่ 20 ของเดือน โดยมีนายกฤษชภัชร์ สุรกุล อายุ 24 ปี เป็นคนขับ โดยจอดรถเอาไว้ที่จุดเกิดเหตุแล้วเดินเข้าไปเบิกเงินจำนวน 3,500,000 บาท จากนั้นเดินกลับมาที่รถ มีนายกฤษชภัชร์ถือกระเป๋าเป้ ใส่เงินจำนวน 3,460,000 บาท ส่วนตนเองนำเงินธนบัตรฉบับละ 20 บาท และ 100 บาท รวมกัน 40,000 บาท ใส่ในกระเป๋าถือสีดำ
ขณะเดินมาที่ประตูฝั่งคนนั่งโดยสาร มีชายรูปร่างใหญ่สวมชุด ไรเดอร์ส่งอาหาร เปิดประตูฝั่งคนขับพร้อมพูดกับนายกฤษชภัชร์ว่า “มึงชอบเมียชาวบ้านมากใช่ไหม” ก่อนที่จะชกต่อยกัน ข่มขู่ว่ามีปืน ทำให้นายกฤษชภัชร์วิ่งหนีจากรถเข้าไปในซอย ก่อนที่คนร้าย จะวิ่งตามหวังจะทำร้าย ส่วนตนก็วิ่งตามไปตะโกนอธิบายว่าไม่เกี่ยว ตนยังโสด ต่อมาคนร้ายได้ย้อนกลับมาที่เกิดเหตุขึ้นคร่อมรถแล้ว คว้าเอากระเป๋าเป้ใส่เงินขึ้นรถจยย.หนีไป จึงรู้ตัวว่าหลงกลคนร้ายเสียแล้ว

น.ส.ประภาพร บุญมีสนม เล่าเหตุการณ์
คดีนี้มีคนเห็นเหตุการณ์จำนวนหลายคนแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือเพราะคิดว่าเป็นเรื่องในครอบครัว แม้คนร้ายจะวางแผนลวงว่าเป็นการทะเลาะเรื่องผัว-เมีย แต่ตำรวจก็ยังเชื่อว่าน่าจะมีเกลือเป็นหนอน แน่นอนว่าผู้ต้องสงสัยเบอร์แรกๆ หนีไม่พ้นน.ส.ประภาพรและนายกฤษชภัชร์ คนขับรถ
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รองผบก.สส.บช.ภ.2 นำกำลังร่วมคลี่คลายคดี ขณะที่การตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบรถจยย.คันก่อเหตุหลุดหายไปจากกล้องวงจรปิดบริเวณถนนเซิดน้อย-มาบไผ่ หมู่ที่ 5 ต.มาบไผ่ อ.บ้านบึง จึงลงพื้นที่ตรวจค้นจนพบรถถูกทิ้งอยู่ไร่อ้อยที่อยู่ห่างจากริมถนนไปประมาณ 100 เมตร

จับพร้อมเงินของกลาง
จากการแกะกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมพบรถกระบะต้องสงสัยขับอยู่บริเวณที่พบรถจยย. โดยรอบแรกมีรถจยย.อยู่ในท้ายกระบะ แต่รอบหลังไม่มีรถจยย. จึงสืบจนทราบว่าไปจอดเคลมในอู่ซ่อมรถประกันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน งข 9234 ชลบุรี โดยที่มีกล้องวงจรปิดจับภาพคนขับเอาไว้ได้

นายจตุพล บุญมีสนม ชี้รถของกลาง
ตำรวจเช็กข้อมูลจนรู้ว่าคนที่ขับรถมาคือนายจตุพล บุญมีสนม อายุ 27 ปี ซึ่งก็คือน้องชายของน.ส.ประภาพรนั่นเอง หลังได้หลักฐาน มากพอ พนักงานสอบสวนรีบขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดชลบุรี เพื่อเตรียมเข้าจับกุม 2 พี่น้องในทันที
สิบโมงครึ่งวันที่ 22 ก.ย. พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 2 พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภาค 2 พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รองผบก.สส.บช.ภาค 2 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว 2 พี่น้อง พร้อมด้วยของกลาง เป็นเงินสดจำนวน 3,263,500 บาท ที่เหลือ ภายหลังพล.ต.ต.ธีรเดช นำชุดสืบสวน ภ.2 ร่วมกับภ.จว.ชลบุรี ตามแกะรอยไปจับกุมตัว ได้ที่หอพักแห่งหนึ่ง ในซอยเพชรเกษม 35/1 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม.

พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 แถลง
พล.ต.ต.ธีรเดชเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่านายจตุพลเป็นผู้ก่อเหตุ โดยมีน.ส.ประภาพร พี่สาวร่วมรู้เห็น โดยวางแผนจัดฉาก ให้นายจตุพล ทำทีทะเลาะและฉวยโอกาสขโมยเงิน ส่วนน.ส.ประภาพรทำที เป็นผู้เสียหาย สาเหตุเนื่องจากนายจตุพลเป็นหนี้จากการลงทุน เงินดิจิทัลบิตคอยน์ จำนวนมากจึงร่วมกันก่อเหตุ หลังที่ได้เงินก็นำ ไปซื้อโทรศัพท์มือถือไอโฟน 14 จำนวน 2 เครื่องและของใช้ที่จำเป็น เพื่อหนีต่อ แต่มาถูกจับได้ในที่สุด
หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุและจุดที่ทิ้งรถจยย. ก่อนคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล – เรื่อง/ภาพ