ดังเป็นพลุแตกจากบท ‘เหมยลี่’ ในภาพยนตร์ “รถไฟฟ้า มาหานะเธอ” คู่กับพระเอก ‘เคน’ ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ เมื่อ 13 ปีก่อน ล่าสุด สาวหมวยรวยเสน่ห์ ‘คริส หอวัง’ หวนร่วมงานกับหนุ่มเคนอีกครั้งในละคร “ซุปตาร์ 2550” ช่อง 3

เป็นอย่างไรบ้าง กลับมาร่วมงานกับเคนอีกครั้ง ใน ซุปตาร์ 2550?
คริส – “แฮปปี้มาก ดีใจมากที่สุดของที่สุด ตั้งแต่ได้รับโทรศัพท์ติดต่อมาก็ตื่นเต้นเลย คือไม่ต้องคิดเลยในเรื่องการรับงาน เพราะพี่เคนคือพระเอกคนแรกในชีวิต มีวันนี้ได้เพราะเขา แล้วก็คิดถึงการร่วมงานกันมาก หลังจากหนังรถไฟฟ้าฯ ก็มีละครเวที แต่ไม่มีละครที่เล่นด้วยกันเลย ยิ่งไปกว่านั้นคือได้เข้าฉากกับพี่แอน ทองประสม ด้วย ดีใจมาก เพราะไม่เคยร่วมงานกับพี่แอน เคยเจอกันแต่ตามงาน”
จะครบรอบ 13 ปี เหมยลี่ แล้ว เราผูกพันขนาดไหน?
คริส – “รถไฟฟ้า มาหานะเธอ ไม่ใช่เรื่องแรกของคริส แต่คริสได้เล่นเป็นเมน ทำให้ได้รู้จักตัวละครลึกซึ้งขึ้น ในการแสดงในอายุเท่านั้น คริสยังแสดงไม่ค่อยเป็น ก็ใส่ตัวเราลงไป เหมยลี่น่าจะมีความเป็นคริส 85%”

คิดว่าชีวิตจริงจะมีเหมือนเหมยลี่ไหม 10 ปีผ่านไป ลุงยังกลับมาหา?
คริส – “มี ทุกคนไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ มีความรักได้เสมอ เคยเห็นคนแก่ที่จูงมือกันข้ามถนมไหม เขาอาจจะเพิ่งเป็นแฟนกันก็ได้ คือมันเลยเรื่องบนเตียง มันเป็นเรื่องของความสุขแล้ว อยากมีคนอยู่เคียงข้าง มีเพื่อนคุย มีคนปรึกษา”
แล้วความรักของเราตอนนี้ล่ะ?
คริส – “โสดค่ะ ทุกๆ ครั้ง เวลาทำให้เราเรียนรู้อะไรใหม่ๆ รู้จักมองโลกให้กว้างขึ้น เห็นบางอย่างที่ตอนแรกเราคิดถึงแต่ตัวเรา พอได้คุยกันจริงๆ มันมีอีกมุมหนึ่งที่เราก็ไม่เคยคิด มันทำให้ความสัมพันธ์ต่อไปข้างหน้า เป็นเรื่องที่เราจะเรียนรู้เรื่องนี้แล้ว มันก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ”

มุมมองความรักเป็นยังไงบ้าง?
คริส – “ในวัยคริส มีคนรัก เลิก แต่งงาน หย่า เยอะมาก บางทีก็คิดว่าโชคดีด้วยซ้ำที่ อาจจะไม่ต้องเจออะไรที่รุนแรงขนาดนั้น เราก็ทำความรักของเราให้ดี ทุกความสัมพันธ์ต้องเรียนรู้กันใหม่ค่ะ”
“อย่าไปคาดหวังให้ใครเปลี่ยนเพื่อเป็นแฟนเรา ไม่งั้นก็ไปซื้อตุ๊กตาซื้อหุ่นยนต์มา ให้เขาทำทุกอย่างตามที่เราต้องการ ถ้ารู้สึกว่าใครคนหนึ่งจะต้องเปลี่ยนมากกว่าใคร ก็แยกแค่นั้น แต่ถ้าสมมติเราชอบไลฟ์สไตล์ของกันและกัน เราก็ต้องเรียนรู้เขา เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่การยอมรับในตัวตนของอีกคนหนึ่งด้วย”

จะมีคนที่เกิดมาแมตช์กับเราไหม?
คริส – “คริสว่าคนคนหนึ่งจะมีคู่เยอะนะ มีทั้งคู่บุญ คู่กรรม เยอะแยะไปหมด ก็แล้วแต่ว่าชาติก่อนๆ ทำอะไรมาบ้าง (หัวเราะ) กับความคิดนี้ ค่อยๆ เชื่อขึ้นเรื่อยๆ เพราะบางคนเข้ามาเพื่อทำให้กันและกันมีความสุข แล้วก็แยกกันแบบดีๆ บางคนเข้ามาทำให้เราเสียใจมากเหลือเกิน บางคนเราก็ไปทำเขาเสียใจ บางทีก็คิดว่าชาติที่แล้วฉันไปทำอะไรให้เขาหรือ เปล่านะ ก็ต้องใช้กันไป”
การเจอกันเป็นการใช้เวรใช้กรรม มากกว่าเป็น Destiny (พรหมลิขิต)?
คริส – “เป็นเดสตินี่ในการเจอกัน บางทีโสดอยู่ดีๆ คนนี้โผล่มาจากไหนไม่รู้ แล้วก็อยู่ด้วยกัน สนิทกัน เป็นแฟนกันแป๊บหนึ่งก็เหมือนหมดเวลา แล้วตอนมันหมดก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ”

ณ วันนี้คิดถึงเรื่องครอบครัว เรื่องแต่งงานบ้างไหม?
คริส – “เมื่อก่อนคิด แต่เดี๋ยวนี้คริสว่าสำคัญกว่าคือความสุขที่ได้อยู่ร่วมกัน สำคัญกว่าอีเวนต์ที่เรียกว่างานแต่ง ถ้ามีพิธีกรรมแล้วไม่มีความสุขจะมีทำไม แต่ไม่มีพิธีกรรมแล้วโคตรมีความสุขทุกวันเลย เอาแบบนั้นดีกว่า”
ถ้ามีความรักครั้งใหม่จะต้องยังไง?
คริส – “ก็ให้มีความเข้าใจกันมากที่สุดค่ะ พอเรายึดเรื่องความสุข ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีพิธีการ ก็เลยไม่มีแรงกดดัน แม่คริสบอกทั้งคริสทั้งพลอยว่าแล้วแต่”

แม่ปลดล็อกให้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
คริส – “ตั้งแต่ก่อนพ่อเสียแล้ว เขาตามใจ บอกว่าจะมีสักกี่คนที่ถูกลอตเตอรี่”
ระหว่างเรากับพลอย ใครจะแต่งก่อน?
คริส – “นั่นเขาเผ็ดๆ คือไม่รู้ว่าเขาคิดชิลเท่าคริสหรือเปล่า แต่เขาเก่งกว่า กลับมาเป็นตัวเองได้เร็ว แล้วเขาตลก คนอยู่กับเขาก็สดใส”

แสดงว่าไม่รู้ว่าพี่หรือน้องที่จะถึงเส้นชัยก่อน?
คริส – “ความรักไม่มีเส้นชัย แต่งงานก็ไม่ใช่เส้นชัย แต่งงานคือจุดเริ่มต้น ไม่มีเส้นชัย มันคือการเดินด้วยกันไปเรื่อยๆ กับคนเดิมได้นานแค่ไหน จะบอกว่าแต่งงานแล้วจะเลิกไม่เข้าใจกัน มันไม่ได้”
อนงค์ จันทร