แบงก์ชาติหวั่นหนี้ครัวเรือนทำเศรษฐกิจโตสะดุด เตรียมออกเกณฑ์ไตรมาส 1/2566 คุมแบงก์โหมปล่อยกู้เที่ยวเมืองนอก-ผ่อนไอโฟน-ซื้อแบรนด์เนม กระตุกพฤติกรรมก่อหนี้ล้นตัว

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ช่วงปี 2565-2566 ธปท.มีนโยบายเร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ให้อยู่ในระดับที่ยั่งยื น ปัจจุบันอยู่ที่ราว 80% ของจีดีพี และต้องวางเกณฑ์ไม่ควรเพิ่มไปกว่านี้ หนี้ช่วงก่อนหน้าโควิด-19 อยู่ที่ 50% ของจีดีพี ถ้าไม่แก้หนี้ครัวเรือนให้อยู่ในระดับที่ยั่งยืน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะสะดุด

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพด้านสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท.เป็นห่วงปัญหาหนี้ครัวเรือน จากการติดตามข้อมูลของธปท. พบว่า สัดส่วนหนี้ 35% เป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรเครดิต ไม่ใช่สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในอนาคต สำหรับแนวทางการแก้ไขหนี้ครัวเรือนนั้น จะประกอบด้วย 3 แนวทางคือ 1.การแก้ไขหนี้ในปัจจุบัน หรือการลดหนี้ 2.การปล่อยสินเชื่อให้มีคุณภาพ และ 3.การให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน

ทั้งนี้ ภายในไตรมาส 1/2566 ธปท.เตรียมออกประกาศ หรือหนังสือเวียน ถึงสถาบันการเงินและผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) เพื่อเป็นแนวทางการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรเครดิต ที่เป็นลักษณะการโฆษณาผ่านแคมเปญต่างๆ หรือเรียกว่าโฆษณาเพื่อกระตุกพฤติกรรมการใช้จ่าย สำหรับสถาบันการเงินภายใต้การกำกับดูแลของธปท. ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเชื่อว่าจะส่งผลดีในระยะยาว

“สถาบันการเงินต้องรับผิดชอบต่อลูกหนี้ ต้องไม่กระตุกพฤติกรรมให้ก่อหนี้ล้นพ้นตัว ต้องตระหนักกับการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อ โฆษณาแคมเปญต่างๆ โดยเฉพาะสินเชื่อที่ไม่ก่อประโยชน์กับลูกหนี้”

ด้าน น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและกำกับสถาบันการเงิน 2 ธปท. กล่าวว่า เกณฑ์ที่จะออกมาจะต้องไม่เป็นปัญหาในการก่อหนี้ในระยะยาว แคมเปญที่สนับสนุนให้ก่อหนี้จนขาดคุณภาพ ไม่ได้ยั่งยืน โดยเฉพาะคำชี้ชวนประเภท “ของมันต้องมี” ซึ่งจากที่ตรวจสอบมีแคมเปญโฆษณาต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นนอนแบงก์ เช่น ให้กู้เพื่อไปท่องเที่ยวเมืองนอก กู้เพื่อซื้อสินค้าแบรนด์เนม กู้ผ่อนมือถือ เช่น ไอโฟน 14 ยาวๆ นานๆ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ห้าม ทุกวันนี้มีการกู้เพื่อของมันต้องมีปัจจุบันเด็กจบใหม่มีหนี้เร็ว ใกล้เกษียณแล้วยังมีหนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน