เริ่มส่งผลสะท้อนให้เห็นแล้วสำหรับผลพวงจากคำวินิจฉัยปมนายกฯ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะระบุว่าต้องนับการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งเป็นปีที่รัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้ โดยไม่นับการเป็นนายกฯ ครั้งแรกหลังรัฐประหารรัฐบาลประชาธิปไตยเมื่อปี 2557

ทำให้ได้มีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯ ต่อไป แต่หนทางกลับไม่สดใสกาววาว

เนื่องจากชัดเจนแล้วว่าจะอยู่ได้ถึงปี 2568 หรือราวอีกครึ่งสมัยของอายุสภา ครั้งหน้า

จะหาตัวช่วยอีกครั้งให้ตีความว่าต้องนับเฉพาะเลือกตั้งปี 2562 เพราะเป็นการเลือกตั้งตามรธน. 60 เพื่อ ต่ออายุนายกฯ ให้ยาวนานถึงปี 2570 ก็น่าจะเป็นเรื่องยาก

แก้ไขได้อีกทาง ก็คือแก้รัฐธรรมนูญไปเสียเลย ไม่ให้มีการกำหนดวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ

หรือกลัวใครจะมาสืบทอดอำนาจ จะเขียนไปในรัฐธรรมนูญให้ยกเว้นเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์

ก็น่าจะสนุกดีเหมือนกัน!!

แต่หากทำไม่ได้ หรือไม่กล้าทำ เพราะมีหลักกฎหมายค้ำอยู่ มีเรื่องหิริโอตตัปปะต้องพิจารณา

ก็แสดงว่าโอกาสการเป็นนายกฯ ต่อหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าของพล.อ.ประยุทธ์ น่าจะเลือนรางเสียแล้ว

จะขอเป็นอีก 2 ปีก่อนผลัดให้คนอื่นมานั่ง ก็เกิดปัญหาเสียอีก เมื่อบทเฉพาะกาลกำหนดให้ 250 ส.ว.มีส่วนร่วมเลือกนายกฯ ได้แค่ 5 ปีแรกหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้

เท่ากับว่าหากใช้ช่องทางนี้สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ก็จะไปได้แค่ 2 ปี แล้วก็ต้องมาโหวตหานายกฯ กันใหม่ โดยส.ว.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

จึงไม่แปลกที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.พปชร.เองต้องออกมาจุดชนวนเสนอชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นนายกฯ เองเสียเลย ขึ้นรถเที่ยวสุดท้ายก่อนที่ส.ว.จะหมดอำนาจ

เพราะลำพังจะหวังเสียงประชาชนเลือกถล่มทลาย โอกาสก็ดูจะริบหรี่

เรื่องนี้ก็ต้องถามใจพล.อ.ประยุทธ์ ว่าเข้าใจสถานการณ์มากน้อยเพียงใด แต่หากยึดติดอำนาจจะขอเป็นอีก 2 ปีสุดท้ายให้ได้ ก็คงจะวุ่นหน่อย

รวมทั้งบรรดารัฐมนตรีของพปชร.เองด้วยว่าจะมีจุดยืนอย่างไร

หรือหากไม่สนับสนุนพล.อ.ประวิตร ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าหัวหน้าพรรคตัวเอง ด้อยกว่า หรือไม่เหมาะสมเพราะเหตุใด

แต่ที่แน่ๆ คู่แข่งอย่างเพื่อไทย ก้าวไกล นั่งดูอย่างสนุกสนานแน่นอน!!!

รุก กลางกระดาน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน