“พระเอกหมอลำ” อีกความฝันในชีวิตจริงของนักร้องหนุ่ม ‘เต๋า ภูศิลป์’ โดยวันนี้เจ้าตัวได้สานฝันสำเร็จ ถึงแม้จะเป็นแค่ในภาพยนตร์ “ฮักเจ้าอีหลี” ก็ตาม ส่วนจะเป็นอย่างไร ไปฟังหนุ่มเต๋าเล่ากัน

ล่าสุดได้รับโอกาส แสดงนำในภาพยนตร์ ฮักเจ้าอีหลี?
เต๋า – “ครับ ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ต้องขอบคุณเอ็ม 39 ก้าวหน้าโปรดักชั่น แม่นก (ปัญชลีย์) พี่แก๊ปเปอร์ (วรฤทธิ์) และผู้บริหารทุกท่านที่ให้โอกาสเราได้สานความฝันให้เป็นความจริงมากขึ้นในเรื่องการเป็นหมอลำครับ”

คาแร็กเตอร์ในหนังเป็นอย่างไร?
เต๋า – “ผมรับบท บักเคน ตลกหนุ่มร้อยลีลาในคณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ มีเพื่อนในก๊วนตลก 3 คน มีผม กวาง จิรพรรณ และน้องโบ๊ท อนาคามี ซึ่งในเรื่องของตลกเราทำหน้าที่ได้ดีมาก แต่หน้าที่นั้นอาจจะยังไม่พอสำหรับความฝันที่อยากจะเป็น คือพระเอกหมอลำ”

ต้องเล่นเป็นตลก ชีวิตจริงเราเป็นคนตลกไหม?
เต๋า – “ชีวิตจริงไม่ได้เป็นคนตลกมาก เป็นเต๋า ภูศิลป์แบบสบายๆ ซึ่งแฟนๆ จะได้เห็นเต๋าอีกรูปแบบหนึ่ง คือการเล่นตลกบนเวที ได้สวมบทบาทหลากหลาย ซึ่งชีวิตจริงไม่มีโอกาสได้ทำแน่นอน”

การแสดงเป็นตลกในเวทีหมอลำยากไหม?
เต๋า – “เราเคยดูตลกที่อยู่บนเวทีคณะหมอลำทั่วภาคอีสาน ตลกจะมีความตลก มากๆ แต่พอเราได้มาสวมบทบาทการเป็นตลกแล้ว บอกเลยว่าคนที่เป็นตลกต้องมีพรสวรรค์และพรแสวง ตลกเป็นศิลปะอีกหนึ่งแขนง ทุกอย่างมีครูบาอาจารย์ ไม่ใช่ใครก็เป็นได้ อันนี้นับถือมากเลย บรมครูทางด้านตลกของหมอลำเสียงอิสาน บรมครูตลกคณะเพชร พิณทอง พ่อนพดล ดวงพร ลุงแนบ แล้วก็ของคณะระเบียบวาทะศิลป์ มีเจ๊ไฝ มีเจ๊สี่ ถือเป็นบรมครูตลกที่อยู่ในวงการตลกของหมอลำภาคอีสาน”

ผูกพันกับหมอลำ เคยขึ้นร้องเพลงบนเวทีหมอลำตั้งแต่เด็ก มาวันนี้ได้เล่นหนังเกี่ยวกับเส้นทางการเป็นพระเอกหมอลำ?
เต๋า – “ได้มีโอกาสทำความฝันให้เป็นความจริง อีกหนึ่งความฝันของเต๋า ภูศิลป์ คืออยากเป็นพระเอกหมอลำ แต่เส้นทางสายอาชีพวิถีชีวิตจริงเราเป็นศิลปินแกรมมี่โกลด์ และได้มีโอกาสแสดงละครรวมถึงภาพยนตร์ ถือเป็นอีกหนึ่งความฝันที่มากกว่าคำว่าฝัน แต่อีกบทบาทหนึ่งที่ยัง ไม่เคยเป็นคือพระเอกหมอลำ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สานต่อความฝันให้ผมได้ทำความฝันให้เป็นจริง”

ฝันเป็นจริงแล้ว ความรู้สึกหลังได้ใส่ชุดเพชรร้องหมอลำ บนเวที?
เต๋า – “อารมณ์ประมาณว่าจาก Wanna be กลายเป็น Born to be เราต้องการจะเป็นแบบนี้ หนังเรื่องนี้ทำให้เราได้เป็นทุกอย่าง มันครบองค์ประกอบ พอได้ใส่ชุดเพชรยืนอยู่บนเวทีหมอลำคณะระเบียบวาทะศิลป์ แล้วบริบทรอบข้างเวที เครื่องเสียง แดนเซอร์ อาจารย์นักดนตรี ทุกอย่างทำให้รู้สึกว่าเราเป็นพระเอกหมอลำ”

ร้องกลอนลำยากไหม มีไปฝึกเรียนกับพ่อเอ๊ะ หัวหน้าวงระเบียบวาทะศิลป์เลยไหม?
เต๋า – “ก็เรียนครับ ปรึกษาพ่อเอ๊ะว่า ต้องร้องแนวทางไหน ถามน้องท็อป นรากร และทีมงานคณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ ก็เรียนกันหน้าเซ็ตนั่นแหละครับ และได้มีโอกาสเข้ามาดูหลังบ้าน ปกติเราดูหน้าบ้าน ดูความสวยงามของเวทียิ่งใหญ่อลังการงดงามตระการตา แต่หลังบ้านมีอะไรมากกว่านั้น ถ้าเราไม่มีใจรักจริงๆ มาเป็นหมอลำไม่ได้ หน้าเวทีคือสิ่งสวยงาม แต่หลังเวที ถ้าฝนตกไฟดับทำยังไง นอนกลางดินกินกลางทราย หมู่บ้านลึกๆ ไม่มีน้ำท่าอาบ ไม่มีห้องน้ำ จะต้องทำยังไง เราได้สัมผัสวิถีชีวิตการเป็นหมอลำจริงๆ”

บรรยากาศการถ่ายทำสนุกสนาน แค่ไหน?
เต๋า – “บรรยากาศสนุกสนานมาก ถ่ายทำกันตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงสว่าง เพราะเราถ่ายทำฉากกลางคืน ต้องอินเสิร์ตคนดู เวทีต้องใช้แสงจริง ไม่สามารถหลอกถ่ายที่สตูฯ ไหนๆ ได้เลย เพราะบรรยากาศมันไม่ได้ มันไม่มีคนมาขายปลาหมึก ไม่มีคนมาขายพัด เอาพัดบ่ เอา บักม่วงบ่ นี่คือเสน่ห์ของความเป็นหมอลำ”

“วันนั้นถึงจะเป็นการถ่ายทำ แต่เราก็เชิญแฟนเพลง แฟนคลับ แฟนหมอลำที่อยู่จ.ขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง แม่ยกพ่อยกให้เข้ามาดู สัมผัสได้ถึงบรรยากาศความเป็นหมอลำจริงๆ เราก็เลยอินว่าเราเป็นพระเอกหมอลำ”

ฝากหนัง ฮักเจ้าอีหลี?
เต๋า – “ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่นำเสนอหลังบ้านของความเป็นหมอลำ ได้เห็นมิตรภาพที่สวยงามระหว่างเพื่อน เพื่อนร่วมงาน หัวหน้าคณะกับลูกน้องที่เหมือนเป็นพ่อลูก และเห็นถึงความสวยงามเสน่ห์บรรยากาศความ เป็นอีสานบ้านเฮา ฝากเป็นกำลังใจทุกโรงภาพยนตร์ ฮักเจ้าอีหลี เด้อครับ”

วีรนุช จันทำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน