ไม่เคยได้ยินชื่อวัดที่เจดีย์ถล่มลงมา วัดอะไร อยู่ที่ไหน

มกุฎ

ตอบ มกุฎ

คำตอบนำมาจากบทความเรื่อง “เปิดประวัติ “วัดศรีสุพรรณ” วัดโบราณอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี แห่งเมืองเชียงใหม่” เผยแพร่ทางเว็บไซต์นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ดังนี้

กรณีพระธาตุเจดีย์ของ “วัดศรีสุพรรณ” อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พังถล่ม เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 นั้น จากรายงานของผู้เชี่ยวชาญพบว่า เนื่องจากฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา มีน้ำฝนไหลซึมเข้าไปด้านใน ประกอบกับสภาพพระธาตุเจดีย์องค์เก่าที่ถูกสร้างครอบไว้ผุพังตามกาลเวลา จึงเป็นเหตุให้เกิดการทรุดตัวและพังถล่มลงในที่สุด

วัดศรีสุพรรณ มีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดวัดหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ปรากฏหลักฐานประวัติการก่อสร้างใน “จารึกวัดศรีสุพรรณ”

สรุปประวัติแปลจากจารึกได้ว่า เมื่อ พ.ศ. 2043 พระเมืองแก้ว กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ และพระนางสิริยสวดี พระราชมารดา ให้มหาอำมาตย์ชื่อ เจ้าหมื่นหลวงจ่าคำ นำพระพุทธรูปทองสำริดองค์หนึ่งมาประดิษฐาน และสร้างวัดชื่อว่า “วัดศรีสุพรรณอาราม” ภายหลังเรียกว่า “วัดศรีสุพรรณ” ได้รับวิสุงคามสีมาจากพระเมืองแก้ว และอาราธนาพระสงฆ์ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. 2052

สำหรับพระธาตุเจดีย์องค์ที่ล้มนั้นตั้งอยู่หลังพระวิหาร เป็นพระธาตุเจดีย์ก่ออิฐถือปูนแบบล้านนา องค์ระฆังทรงกลม ตั้งบนฐานดอกบัวคว่ำบัวหงายแปดชั้นแปดเหลี่ยม ตั้งบนเรือนธาตุรองรับ เป็นทรงสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้ 36 พระธาตุเจดีย์ได้รับการปฏิสังขรณ์หลายครั้ง ทำให้รายละเอียดบางอย่างถูกปรับไปตามแต่ละยุคสมัยที่มีการปฏิสังขรณ์

ศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญศิลปะล้านนา ให้ความรู้เกี่ยวกับพระธาตุเจดีย์วัดศรีสุพรรณ ผ่านเฟซบุ๊ก “ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร” เอาไว้ดังนี้

“ประวัติการสร้างเจดีย์ระบุไว้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมในรัชสมัยพระเจ้าศิริธรรมจักรพรรดิ (พระเมืองแก้ว) ราว พ.ศ. 2048 อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางด้านรูปแบบและการปรากฏร่องรอยของงานสร้างที่ใหม่กว่า รวมไปถึงรูปแบบศิลปะของศิลปวัตถุที่พบบรรจุอยู่ภายในบางส่วน ทำให้เข้าใจได้ว่าเจดีย์องค์นี้ตามที่ปรากฏในปัจจุบันเป็นงานซ่อมสร้างในรุ่นหลัง อาจเป็นราวสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือสมัยการบูรณะของครูบาศรีวิชัย ซึ่งเป็นการก่อเจดีย์องค์ใหม่ครอบทับเจดีย์รุ่นแรก

ทั้งนี้ อิฐของเจดีย์องค์เดิมอาจอยู่ในสภาพผุพังอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อมีการสร้างครอบทับลงไป จึงเป็นการเพิ่มน้ำหนัก และกักเก็บความชื้นไว้ กระตุ้นให้เกิดการเปื่อยของอิฐเก่า เมื่อมีฝนตกลงมา ปริมาณมากๆ อิฐก็อุ้มน้ำไว้ ประกอบกับสภาพที่ไม่สมบูรณ์จึงพังทลายลงมาตามที่เห็น

พระพุทธรูปที่พบภายในองค์เจดีย์ที่พังลงมา พิจารณาดูแล้วน่าจะมีอายุเก่าแก่ไปถึงสมัยของพระเมืองแก้วตามที่ประวัติการสร้างระบุไว้จริง เพราะบางองค์ก็อยู่ในสภาพที่พระเศียรหักหาย แต่ส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นงานที่บรรจุใหม่ในการสร้างครั้งหลัง ดังนั้น มีความเป็นไปได้ว่าเจดีย์องค์นี้อาจจะเคยพังทลายหรืออยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์มาก่อนหน้านี้แล้ว จึงได้มีการสร้างครอบทับใหม่ตามรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน ก่อนจะพังทลายลงอีกครั้ง”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน