วันที่ 4 ต.ค. เอเอฟพีรายงานว่า ทางการญี่ปุ่นแจ้งเตือนอพยพประชาชนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลาง (ไออาร์บีเอ็ม) เหนือน่านฟ้าญี่ปุ่น ถือเป็นการยิงขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือผ่านน่านฟ้าญี่ปุ่นครั้งแรกในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2560 ในช่วงที่นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ แลกวาทะเดือดกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น
รายงานระบุว่า ระบบเจ-อะเลิร์ต ระบบเตือนภัยขีปนาวุธทำงานเมื่อเวลา 07.29 น. ปรากฏหน้าจอแสดงภาพการประกาศข่าวจากเอ็นเอชเคเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือให้หาที่หลบภัยในอาคารหรือใต้ดิน ด้านนายฮิโรคาซุ มัตสึโนะ โฆษกอาวุโสรัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวว่า เวลาราว 07.22 น. เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธไปทางตะวันออก ก่อนผ่านภูมิภาคโทโฮกุ ทางตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้นตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น และไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ
นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น แถลงประณามการยิงขีปนาวุธและว่าเป็นการ ใช้ความรุนแรงหลังจากเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธหลายครั้งก่อนหน้านี้ วันเดียวกัน นายพลยามาซากิ โคจิ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น หารือกับพลเรือเอกจอห์น อาควิลิโน ผู้บัญชาการหน่วยอินโด-แปซิฟิก ที่กระทรวงกลาโหมในกรุงโตเกียว โดย นายพลยามาซากิกล่าวว่า การยิงขีปนาวุธนี้เป็นความท้าทายที่รุนแรงต่อญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศ เพราะเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงและฉุกเฉิน ด้านนายพลอาควิลิโนกล่าวว่ามีการหารือกันทุกครั้งที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธซึ่งละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซี และทำให้ภูมิภาคไร้เสถียรภาพ พร้อมประณามอย่างรุนแรง

ผนึก – นายพลยามาซากิ โคจิ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นหารือกับ พลเรือเอกจอห์น ซี.อาควิลิโน ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ภายหลังที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยกลางข้ามญี่ปุ่นในรอบ 5 ปี เมื่อ 4 ต.ค. (เอเอฟพี)● ผู้นำโสมใต้ร่วมประณาม-ลั่นตอบโต้รุนแรง
ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ แถลงการณ์ตรวจพบขีปนาวุธพิสัยกลาง ยิงออกไปเป็นระยะทางราว 4,500 กิโลเมตร ที่ระดับความสูง 970 กิโลเมตร และความเร็วราว 17 มัค เบื้องต้นหน่วยข่าวกรองสหรัฐและเกาหลีใต้กำลังวิเคราะห์รายละเอียดอย่าง ใกล้ชิด ด้านประธานาธิบดียุน ซอกยอล ผู้นำเกาหลีใต้ ให้คำมั่นว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรง
“ชัดเจนว่าการยั่วยุนี้ฝ่าฝืนหลักการสากลและบรรทัดฐานของสหประชาชาติ ผมได้สั่งให้มีการตอบโต้อย่างไม่ผ่อนผันและจะใช้มาตรการตอบโต้โดยการประสานงานกับสหรัฐอเมริกาและประชาคมระหว่างประเทศ” นายยุนกล่าวย้ำ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธระยะสั้น 4 ครั้ง รวมถึงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ เดินทางออกจากเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ก.ย. กองทัพเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ซ้อมรบต่อต้านเรือดำน้ำ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี และเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากสหรัฐและเกาหลีใต้ซ้อมรบระดับใหญ่ในน่านน้ำคาบสมุทรเกาหลี โดยมีเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานปรมาณูของสหรัฐเข้าร่วมด้วย