เป็นที่ยอมรับกันว่าสมุนไพรไทยจำนวนไม่น้อย มีสรรพคุณในการบำบัดรักษาหลายโรค บวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือหมอพื้นบ้าน จึงเป็นตำรับยาที่ใช้กันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น กระทั่งในปัจจุบันมีการผลิตจำหน่ายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อย่างเช่นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งใน ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรอินทรีย์ ต.ท่ามะไฟหวาน เพื่อนำสมุนไพรในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายใต้แบรนด์ ‘ท่ามะไฟหวาน’ มีทั้งที่รับประทาน สูดดมและทา ซึ่งเมื่อนำมาออกบูธในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ กทม. ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานจำนวนมาก

คุณสุนันทา โรจน์เรืองไร จากศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.ชัยภูมิ และหัวหน้าโครงการสังเคราะห์งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นด้านสมุนไพรไทย เพื่อขยายผลด้านเศรษฐกิจในระดับ จ.ชัยภูมิ และเครือข่าย สมุนไพร วช. เล่าว่า ชุดความรู้ที่ได้จากการสังเคราะห์ที่โดดเด่นคือ ด้านเศรษฐกิจ ในการใช้สมุนไพรที่อยู่ในพื้นที่เพื่อดูแลสุขภาพและลดค่าใช้จ่าย จากที่ไปถอดองค์ความรู้ที่ ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ทำให้ได้ชุดความรู้การล้างสารพิษ และทำเป็นผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด อาทิ ชาล้างสารพิษ ประกอบด้วย รางจืด ย่านางแดง ย่านางเขียว อัญชันขาว/อัญชันม่วง แต่งกลิ่นด้วยใบเตย และตะไคร้ที่ช่วยขับลม สำหรับคนที่มีสารพิษในร่างกายไม่มาก ทำให้ชาวบ้านหายป่วยจากการผื่นคัน ไม่ต้องไป โรงพยาบาลมากถึง 60% หลังจากนั้นจึงเกิดการจัดตั้งกลุ่มภูมิปัญญาสมุนไพร ต.บ้านแก้ง เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่าย

นอกจากนี้ยังมีน้ำมันว่านเมืองพระยา ผลิตภัณฑ์น้ำตาลอ้อยอินทรีย์, การบูร ที่มี Topping ด้านบน ประกอบด้วยมะกรูด ใบเตย และว่านสาวหลง และยังมีสินค้าตัวอื่นๆ อาทิ สเปรย์ฉีดพ่นใบหน้าที่มีส่วนประกอบของยอดใบมะขามอ่อนสกัด ผสมกับทานาคา หรือที่เรียกว่าต้นกระแจะ หรือตุมตังที่มีอยู่จำนวนมากในพื้นที่ของท่ามะไฟหวาน เป็นพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับพันธุ์ที่ประเทศพม่า พร้อมกันนั้นก็ใส่เสลดพังพอน ใบย่านาง ใบเตย และเบญจรงค์ หรืออ่อมแซ่บไปด้วย เพื่อให้ได้สรรพคุณเรื่องบำรุงผิวพรรณได้มากขึ้น

สำหรับน้ำมันว่านเมืองพระยา เกิดจากการที่ชาวบ้านไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้าถึงการรักษาพยาบาล เพราะอยู่ห่างไกลจากเมือง ชาวบ้านจึงร่วมมือกันทำน้ำมันนี้ แต่ละคนจะปลูกสมุนไพรไว้ที่บ้านของตัวเอง พอถึงเวลา 1 ปีจะนำมารวมกันเพื่อเคี่ยวทำพระพุทธมนต์ที่วัดดาวเรือง จึงสร้าง Story เชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องเจ้าพ่อพระยาแล ผู้มีคุณูปการของ จ.ชัยภูมิ เป็นเจ้าเมืองคนแรก และเป็นผู้ที่อยู่ยงคงกระพัน จึงได้ไปศึกษาว่ามีว่านชนิดไหนบ้างที่ใช้กัน ได้เชิญทั้งหมอพื้นบ้านและแพทย์แผนไทยมาร่วมกันเพื่อหาความรู้เรื่องนี้ เมื่อทำสำเร็จก็แจกให้ชาวบ้าน ทำให้ช่วยลดอาการเจ็บป่วยลง ผู้ป่วยบางรายที่เคยเสียค่ารักษาพยาบาลเป็นเงินนับแสนบาท เมื่อเก็บข้อมูลอีกครั้งพบว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลดลง

ทีนี้มาคุยกับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรอินทรีย์ ต.ท่ามะไฟหวาน ‘คุณศศิญา ชาครธรรม’ เล่าว่า กลุ่มมีสมาชิก 40 คน โดยร่วมกันปลูกพืชสมุนไพรพื้นถิ่น อาทิ ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน เป็นพืชสองชนิดที่สร้างรายได้ เพราะส่งให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ปลูกแบบปลอดสาร และผ่านมาตรฐาน IFOAM ในเนื้อที่รวมประมาณ 6 ไร่ พื้นที่ปลูกขึ้นอยู่กับจำนวนความต้องการของทางโรงพยาบาลในแต่ละปี พร้อมกับแปรรูปสมุนไพรออกบูธขายตามงานต่างๆ ของทาง จ.ชัยภูมิ

คุณศศิญาให้ข้อมูลด้วยว่า เดิมทีพื้นที่ในชุมชนเป็นป่าดงดิบมาก่อน ต่อมามีคนมาจับจองพื้นที่ทำมาหากิน ยาวนานกว่า 60 ปีมาแล้ว และเป็นพวกหมอยาด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งภูมิปัญญาในท้องถิ่นค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งหมอนวด หมอยา หมอสมุนไพร และในพื้นที่ก็มีสมุนไพรหลากหลาย มีพืชสมุนไพรดั้งเดิม ประเภทเถาเครือคดเคี้ยว และไม้ป่า ที่นี่จึงโดดเด่นเรื่องการคลายเส้น เอ็นกระดูก นำไปต้มหรือบดใช้ได้ ยาตัวล่าสุด ยาห้าราก ที่เป็นต้นกระทุ้งหมาบ้า หรือต้นง่วนหมู ตระกูลเดียวกับเถาเครือ วิธีการทำยาห้ารากคือ นำต้นไปตากให้แห้งแล้วนำไปบดละเอียด ทำการเข้ายา อัดแคปซูล และแจกจ่ายได้เลย แต่ยาบางตัวเช่น เถาวัลย์เปรียง เถาเอ็นอ่อน อาจต้องนำไปผ่านความร้อนเพื่อดึงฤทธิ์ยา

คุณศศิญากล่าวว่า แต่ก่อนที่บ้านปลูกตะไคร้ไปขายที่ตลาด โดนแม่ค้ากดราคา ขายได้กิโลกรัม(ก.ก.) ละ 5-8 บาท และมีข้อจำกัดหลายอย่าง ต่อมาทีมวิจัยแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องขายสดอย่างเดียว ขายแห้งก็ได้ เพราะมีบริษัทรับซื้อตะไคร้แห้ง หรือนำมา สร้างผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าด้วยตัวเองก็ได้ มีการสอนทำถุงหอม และการบูรหอม ทำให้มีช่องทางการจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น จากตะไคร้สด 7 ก.ก. นำมาตากแห้งเหลือ 1 ก.ก. จะได้เงิน 120 บาท การสนับสนุนทุนของวช.ทำให้มุมมองกว้างขึ้น ช่องทางต่างๆ ก็เปิด ไม่ต้องรอนายทุนมาเหมาซื้ออย่างเดียว

ก่อนเข้าร่วมวิจัย ชาวบ้านจับกลุ่มกันทำสมุนไพร 30 คน มีรายได้รวมกัน 90,000 บาท แต่พอพี่เลี้ยงนำงานวิจัยเข้ามาสนับสนุน รายได้ของกลุ่มในช่วง 4 เดือน รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 120,000 บาท
สำหรับสูตรตำรับน้ำมันว่านเมืองพระยา ประกอบด้วยสมุนไพร 70 ชนิด เช่น ว่านนางคำ ว่านมรกต ว่านทรหด ว่านอีเฒ่าหนังหยาบ เป็นต้น เป็นสมุนไพรที่มีใน จ.ชัยภูมิทั้งหมด ตัวยามีสรรพคุณเรื่องรักษาเส้นเอ็น ปวดไขข้อในกระดูก หรือโรคเกาต์ ซึ่งน้ำมันตัวนี้เพิ่งทำปีนี้เป็นปีแรก อันเป็นผลผลิตจากการวิจัยที่เกิดจากการศึกษาภูมิศาสตร์ของจังหวัดว่ามีพืชสมุนไพรจำนวนมาก ร่วมกับการศึกษาประวัติศาสตร์เรื่องเจ้าพ่อพระยาแลที่เป็นคนอยู่ยงคงกระพัน จึงได้หยิบยกสองเรื่องนี้มารวมกัน

นับเป็นวิสาหกิจชุมชนอีกแห่งที่ทำตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ทั้งยังได้นำทรัพยากรใน ท้องถิ่นมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าอีกด้วย
ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง