เมื่อวันที่ 5 ต.ค. รอยเตอร์รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ตึงเครียดหลังเกาหลีเหนือปล่อยขีปนาวุธข้ามทวีปพิสัยกลาง หรือไออาร์บีเอ็ม ข้ามน่านฟ้าประเทศญี่ปุ่น ไปตกในมหาสมุทรแปซิฟิก ว่ากองทัพเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการซ้อมรบปล่อยขีปนาวุธตอบโต้ พร้อมส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ ไปลอยลำอยู่ในทะเลทางตะวันออกของเกาหลีเหนือ ถือเป็นหนึ่งในการตอบโต้ที่รุนแรงแหลมคมที่สุดของสหรัฐและชาติพันธมิตรนับตั้งแต่การปล่อยขีปนาวุธข้ามทวีปครั้งก่อนหน้าของเกาหลีเหนือเมื่อปี 2560
การทดสอบปล่อยไออาร์บีเอ็มดังกล่าวของเกาหลีเหนือนั้นมีความร้ายแรงเนื่องจากล่วงละเมิดน่านฟ้าของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ส่งผลให้ระบบเตือนภัยขีปนาวุธของญี่ปุ่นทำงานและประชาชนชาวญี่ปุ่นต้องอพยพลงหลุมหลบภัยกันอย่างอลหม่าน เรียกเสียงประณามอย่างรุนแรงจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐ ว่าเป็นการกระทำที่คลุ้มคลั่งและอันตรายอย่างยิ่ง
ล่าสุด กองทัพเกาหลีใต้ร่วมกับกองทัพสหรัฐเปิดปฏิบัติการซ้อมรบตอบโต้ด้วยการปล่อยขีปนาวุธจำนวนหลายลูกไปตกในทะเลและซักซ้อมภารกิจทิ้งระเบิดโจมตีด้วยฝูงบินขับไล่และทิ้งระเบิดในทะเลเหลือง ขณะที่กองเรือบรรทุกเครื่องบินยักษ์ ยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน หนึ่งในซูเปอร์แคร์ริเออร์ของสหรัฐ จะไปลอยลำอยู่ในทะเลรอยต่อระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้

ขัดข้อง – ภาพช่วงกลางดึกที่บริเวณค่ายทหารเมืองกังเนือง เขตเทศบาลจังหวัด กังวอน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ หลังขีปนาวุธรุ่นใหม่ฮยุนมู-2 ซี เกิดขัดข้องในภารกิจซ้อมรบตอบโต้เกาหลีเหนือ เมื่อ 5 ต.ค. (รอยเตอร์)
อย่างไรก็ดี ภารกิจซ้อมรบตอบโต้เกาหลีเหนือนั้นเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นที่ชายฝั่งเมืองกังเนือง เขตเทศบาลจังหวัดกังวอน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้และเสียงระเบิดดังสนั่นกึกก้องสร้างความตื่นตกใจให้กับชาวบ้าน โดยต่อมากองทัพเกาหลีใต้ออกมายอมรับว่าเป็นเหตุขัดข้องแต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตและขอโทษประชาชน
กองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า ขีปนาวุธรุ่นดังกล่าวคือ ฮยุนมู-2 ซี เกิดขัดข้องหลังถูกปล่อยออกจากเครื่องยิงและร่วงตกลงมาจนเกิดการระเบิดขึ้นแต่เป็นการระเบิดจากเชื้อเพลิงจรวด