วันที่ 6 ต.ค. รอยเตอร์รายงานสถานการณ์ในยูเครนว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แถลงประจำวันว่ากองทัพยูเครนสามารถโจมตีและขับไล่กองกำลังรัสเซียออกจากเขตยึดครองในแคว้นเคียร์ซอน ซึ่งเป็น 1 ใน 4 พื้นที่ที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ลงนามประกาศใช้กฎหมายผนวกดินแดนยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 ต.ค. นอกจากนี้กองทัพยูเครนแถลงว่าสามารถยึดคืนพื้นที่บางส่วนทางตอนใต้ รวมทั้งสังหารทหารรัสเซียอย่างน้อย 58 นาย ยิงถล่มรถถัง 9 คัน ทำลายรถ หุ้มเกราะ 17 คัน และปืนใหญ่อีก 4 กระบอก

ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวด้วยว่ายูเครนไม่กลัวต่อคำข่มขู่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ผู้นำยูเครนยังพูดด้วยภาษารัสเซียเพื่อส่งสารถึงเจ้าหน้าที่ทหารและกลุ่มนักรบฝักใฝ่รัสเซียว่าพ่ายแพ้ในสมรภูมิครั้งนี้แล้ว “เราชาวยูเครนรู้ว่ากำลังต่อสู้เพื่ออะไร ขณะเดียวกันชาวรัสเซียเริ่มตระหนักมากขึ้นๆ ว่าพวกเขาต้องตาย เพียงเพราะคนคนหนึ่งไม่ต้องการยุติสงคราม”

ยังระอุ – หน่วยกู้ภัยเร่งดับเพลิงที่โหมไหม้ตึกที่พักอาศัยหลังกองกำลังรัสเซียยิงขีปนาวุธโจมตีในเมืองซาโปริฌเฌีย พื้นที่ซึ่งรัสเซียผนวกดินแดน ขณะที่ยูเครนลุย ยึดคืนพื้นที่ได้เพิ่มเติม (รอยเตอร์)

ด้านนายปูตินกล่าวหลังการลงนามกฎหมายผนวกดินแดนว่าจะทำให้พื้นที่ทั้งสี่แคว้นกลับมามีเสถียรภาพ พร้อมสั่งการให้รัฐบาลเดินหน้ายึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริฌเฌียด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน