สํานักพิมพ์มติชน จัดงาน Special Talk กับ “สุจิตต์ วงษ์เทศ” ในหัวข้อ “ศาสนาผี ในไทยหลายพันปี ก่อนประวัติศาสตร์ ถึงปัจจุบัน” ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

“สุจิตต์ วงษ์เทศ” ในฐานะกวี นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักประวัติศาสตร์ และ นักปราชญ์ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สังคม ตลอดจนชีวิตของคนไทยในหลากหลายแง่มุมมาอย่างยาวนาน เข้ามาพูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยนเรื่อง “ศาสนาผี” ในไทยหลายพันปี ก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน ในหลายแง่มุมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังวิถีชีวิต คติความเชื่อ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของสังคมไทยอย่างที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน

“สุจิตต์ วงษ์เทศ” กล่าวเริ่มต้นว่า ศาสนาผี เป็นเรื่องดูถูกของศาสนาพุทธ รวมถึง นักวิชาการศาสนา-ประวัติศาสตร์ แต่มิได้เป็นเรื่องผิดทั้งหมด ขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละบุคคล กล่าวได้ว่า ศาสนาผีอยู่ในสังคมไทยมานานหลายพันปี คนในสังคมก็รับทราบ แต่ไม่ยอมรับความจริงว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่ในสังคมไทย แม้แต่ในสังคมโลกหรือทุกประเทศในโลก ศาสนาผี มีคนนับถือมากที่สุด เก่าแก่ที่สุดในโลก ปรากฏออกมาเป็นศาสนสถานที่มีขนาดใหญ่โตที่สุดในโลก เช่น พีระมิดในอียิปต์, สุสานจิ๋นซีในจีน เป็นต้น

ศาสนาผี ให้ความสำคัญกับเพศหญิง ดังจะเห็นได้จากผู้หญิงในศาสนาผี มีสถานภาพสูงกว่าชาย เป็นใหญ่ในพิธีกรรมและเป็นหัวหน้าเผ่า เราเห็นได้จากพิธีกรรมเข้าทรงผีฟ้า แสดงถึงความเป็นใหญ่ในพิธีกรรมศาสนาผี สาเหตุที่สำคัญคือ ผีฟ้า จะไม่เข้าทรงผู้ชาย

กล่าวถึงที่สุดแล้ว ศาสนาผี หมายถึงการนับถืออำนาจเหนือธรรมชาติ คือ ผี ในความหมายโดยนัย ดังนั้นปรากฏการณ์ทั้งหลายไม่ว่าดีหรือร้าย เกิดจากการกระทำของผีหรืออำนาจเหนือธรรมชาติ โดยคนกับผีสื่อสารไปมาถึงกันได้ด้วยการเข้าทรงผ่านคนทรงซึ่ง เป็นหญิง

คำว่าผีฟ้า หมายถึงผู้เป็นใหญ่บนฟ้า บางทีเรียกเจ้าแห่งฟ้า มีอำนาจเหนือธรรมชาติสูงสุดอยู่บนฟ้า เป็นแหล่งชนชั้นนำที่ตายแล้วของเผ่าพันธุ์ ถูกส่งขึ้นฟ้า รวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกับผีฟ้า เพื่อปกป้องคุ้มครองคนที่ยังไม่ตายอยู่ในชุมชนให้มีความร่มเย็นเป็นสุข

“พิธีแต่งงาน อีกหนึ่งสิ่งที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าผู้หญิงเป็นนาย ผู้ชายเป็นบ่าว มีคำเรียกว่า เจ้าบ่าว-เจ้าสาว เสร็จพิธี ฝ่ายชายผู้เป็นเขยต้องไปอยู่รับใช้ในเรือนของฝ่ายหญิง ดังนั้น หากเปรียบเทียบในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาพุทธ ฝ่ายชายจะมีสถานภาพ สูงกว่าหญิง ครั้นในเวลาต่อมาที่สังคมไทยรับศาสนาพราหมณ์-ฮินดูกับศาสนาพุทธเข้ามาในดินแดน สถานภาพของฝ่ายหญิงจึงเปลี่ยนไป กลับยกย่องชายมีสถานภาพสูงกว่าหญิง เช่น ชายเป็นใหญ่ ในพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดูกับศาสนาพุทธ ส่วนหญิงถูกลดสถานภาพต่ำกว่าชาย ไม่มีสิทธิ์ในพิธีกรรมต่างๆ”

ที่สำคัญ ศาสนาผีไม่มีเวียนว่ายตายเกิด, ไม่มีโลกหน้า, ไม่มีเทวดานางฟ้า, ไม่มีสวรรค์ นรก, ไม่มีวิญญาณ, ไม่มีเผาศพ แต่มีความเชื่อเรื่องขวัญเหมือนกันทั่วอุษาคเนย์

คำเรียกขวัญ ในความหมายของศาสนาผี คือ ระบบความเชื่อที่มีพลังกว้างขวาง และเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ทั้งมวล มีความเชื่อว่า คนตาย เพราะขวัญหายไม่อยู่กับเนื้อกับตัว กล่าวอีกนัยว่า คนตาย แต่ขวัญไม่ตาย เพียงแต่หายไป แต่หายไปที่ใด ไม่มีใครทราบ จึงต้องมีพิธีกรรมเรียกขวัญคืนร่าง

“ทั้งหมดเป็นเรื่องเล่าของศาสนาผี คนไทยจะยังคงนับถือศาสนาผี ควบคู่ไปกับการนับถือศาสนาพุทธ และขอยืนยันว่าศาสนาผีจะยังคงมีอยู่ในบริบทสังคมไทยต่อไป อย่างไม่มีวันแยกออกจากกัน” สุจิตต์กล่าวทิ้งท้าย

ช่วงต่อมา เป็นกิจกรรม “อ่านบทกวี ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ขบคิดสังคมไทยผ่านโคลงกลอน” โดย “คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง” และ “ป๋วย อุ่นใจ” ถ่ายทอดบทกวีจากปลายปากกาของสองกุมารแห่งสยาม ในรูปแบบของเสียงอ่าน ฉายภาพสังคมไทยในหลากหลายมิติอย่างลึกซึ้งผ่านคมคำที่เป็นเสมือนผลึกความคิดต่อบ้านเมืองและสังคมไทย โดยคัดสรรบทกวีจากผลงานเล่มใหม่ล่าสุด “ข้างขึ้นข้างแรม” ที่สำนักพิมพ์มติชน เปิดพรีออร์เดอร์ให้ผู้สนใจ ชุด Limited Editio “ข้างขึ้นข้างแรม”โดยขรรค์ชัย บุนปาน ประธานเครือมติชน และสุจิตต์ วงษ์เทศ คำนำเสนอโดย เสถียร จันทิมาธร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน