‘ครู’ ถือเป็นอาชีพที่ทรงเกียรติและ มีความสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม เพราะเป็นผู้ชี้นำ-สั่งสอนลูกศิษย์ให้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพ ทั้งในแง่ของความรู้ คุณธรรม และจริยธรรมอันดี

แต่ใครจะไปคาดคิดว่าผู้ที่สอนหนังสือมาทั้งชีวิต กระทั่งเติบโตในสายงานได้ดิบได้ดีเป็นถึงระดับผู้อำนวยการโรงเรียน ได้รับความเคารพศรัทธาจากลูกศิษย์ลูกหาตลอดจนผู้คนทุกชนชั้น กลับไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.3 บก.ปคม. พ.ต.ท.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ปคม. นำทีมแถลงผลปฏิบัติการ “ถอนขนจิ้งจอก Hairless Fox” ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)

อ่านหมายจับลูกค้ารายที่ 1

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลกวาดล้างขบวนการค้ากามเด็กรายใหญ่ในภาคอีสาน

สิ่งที่น่าตกตะลึงก็คือพ่อเล้าใหญ่ของขบวนการนี้คือ นายอุทัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี เป็นถึงอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.กาฬสินธุ์

พล.ต.ต.ศารุติย้อนเรื่องราวถึงปฐมบทเหตุอัปยศวงการ ‘แม่พิมพ์ของชาติ’ ครั้งนี้ เริ่มจากตำรวจ กก.3 บก.ปคม. สืบพบการลักลอบนำหญิงสาวอายุประมาณ 15-18 ปี โพสต์ขายบริการทางเพศผ่านกลุ่มแอพพลิเคชั่นไลน์และทวิตเตอร์เป็นจำนวนมาก ลักษณะทำกันเป็นเครือข่ายใหญ่เชื่อมโยงทั่วถึงกันทั้งกาฬสินธุ์

ลุกค้ารายที่ 2 ขออ่านหมายจับ

เจ้าหน้าที่สืบค้นเจาะลึกขบวนการดังกล่าวจนทราบว่า ‘เจ๊โรส’ น.ส.สุพิณญา (ขอสงวนนามสกุล) และ นายเกียรติศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) สามี เป็นหัวหน้าขบวนการใหญ่ประสานแม่เล้ารายย่อยคอยจัดหาเด็กสาวส่งให้กับลูกค้าตามโรงแรมต่างๆ หรือตามสถานที่นัดหมาย

โดยเจ๊โรสและสามีเป็นผู้รับเงินค่าบริการ หลังหักหัวคิวแล้วจะโอนเงินให้แม่เล้ารายย่อยไปจ่ายค่าตัวให้เด็กอีกต่อหนึ่ง

ลูกค้ารายที่ 3

เมื่อได้ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วน เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานยื่นขอต่อศาลอาญา กระทั่งออกหมายจับในวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ก่อนบุกจับเจ๊โรส พร้อมสามีและแม่เล้าในสังกัดรวม 3 ราย เมื่อวันที่ 6 มี.ค.

หลังคุมตัวเค้นสอบผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพ และพบข้อมูลลูกค้า จำนวนมาก

ส่วนใหญ่เป็นเฒ่าตัณหากลับ มีทั้งนักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการสังกัดต่างๆ ทั้งที่ยังรับราชการและเกษียณไปแล้ว

ต่อมาวันที่ 26 ก.ค. เจ้าหน้าที่ถือหมายศาลอาญา ปูพรมทั่วกาฬสินธุ์ระดมจับ 9 ลูกค้าซื้อกามเด็ก มีที่เป็นชาวบ้าน 1 ราย ส่วนที่เหลือล้วนเป็นข้าราชการ ประกอบด้วย นักสังคม สงเคราะห์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์, นายช่างเทศบาล, พนักงานแขวงบำรุงทางหลวงชนบท, ข้าราชการครูบำนาญ, อาจารย์โรงเรียนประถม, อาจารย์โรงเรียนมัธยม และอาจารย์มหาวิทยาลัย

ทั้ง 8 ข้าราชการ ต่างให้การชี้เป้าตรงกันว่าพ่อเล้าที่ติดต่อขอซื้อกามเด็กก็คือ “ท่าน ผอ.อุทัย” นั่นเอง

ค้นบ้านอดีตผอ.พ่อเล้า

ยุทธการ “ถอนขนจิ้งจอก Hairless Fox” เปิดปฏิบัติการในพื้นที่กาฬสินธุ์ทันที หลังมีหลักฐานชัดเจน

สำหรับนายอุทัยหลังเกษียณอายุราชการก็ใช้โปรไฟล์ที่ผู้คนนับหน้าถือตาไปเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติ กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ของจ.กาฬสินธุ์

ก่อนอาศัยช่องทางและโอกาสในตำแหน่งดังกล่าวชักชวนเด็กสาวที่รู้จักและอดีตลูกศิษย์หญิงให้มาขายบริการทางเพศที่บ้านพักของ ตัวเองในอ.เมืองกาฬสินธุ์

จากการสืบค้นพบว่าเด็กในสังกัดของนายอุทัยมีอายุระหว่าง 13-17 ปี ประมาณ 30 ราย และก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเด็กสาวออกมาได้ 5 ราย ในจำนวนนั้นยอมรับว่าต้องการจะหาเงินไปเล่นพนันออนไลน์

หาหลักฐานบ้านลูกค้ารายที่ 4

เมื่อขายบริการแล้วจะถูกนายอุทัยหักค่าหัวคิวไปครั้งละ 200-300 บาท

ศาลอาญาออกหมายจับให้เจ้าหน้าที่บุกพร้อมกัน 6 จุด ในวันที่ 5 ต.ค. ตะครุบตัวนายอุทัยถึง 3 หมายจับ

ในข้อหาค้ามนุษย์เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป พาไปเพื่อการอนาจาร และกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกิน 18 ปี, พรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 18 ปีเพื่อการอนาจาร, เป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี ผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณีหรือสถานค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานค้าประเวณี, ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร และกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก

พร้อมอีก 5 ลูกค้า ที่มีดีกรีเป็นถึงนายกเทศมนตรี, ข้าราชการโรงพยาบาลรัฐ และอีก 3 อดีตผอ.โรงเรียน

ลูกค้ารายที่ 5 ยิ้มแห้งๆ หลังถูกจับ

แม้จะยืนกระต่ายขาเดียวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

แต่หลักฐานของเจ้าหน้าที่ “ท่านผอ.อุทัย” ไม่แคล้วต้องเข้าไปใช้ชีวิตที่เหลือในแดนตะราง

ธานี ทวีเกิด

เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน