นับเป็นผลต่อเนื่องจากเหตุสังหารหมู่ที่จ.หนองบัวลำภู จนเป็นเหตุสูญเสีย 37 ชีวิต สำหรับการกระตือ รือร้นปราบปรามยาเสพติด และการควบคุมอาวุธปืน

แม้สาเหตุของการลงมือครั้งนี้จะยังไม่ได้สรุปออกมาเป็นทางการ ว่าเกี่ยวพันกับยาเสพติดมากน้อยเพียงใด หรือมีความลับดำมืดลึกลับซับซ้อนที่ทำให้คนคนหนึ่งลงมือด้วยความอำมหิตได้ถึงขั้นนั้น

แต่เรื่องการปราบปรามยาเสพติด และการคุมอาวุธปืนก็เป็นเรื่องที่ดีและควรทำมาตั้งนาน

ยิ่งได้เห็นผบ.ตร.คนใหม่ ออกคำสั่งชัดเจน ยิ่งพอจะคาดหวังได้บ้างว่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เพียงแต่อย่าหลงทิศทาง ต้องดูให้รอบด้านจริงๆ

เพราะอย่างเช่นเรื่องอาวุธปืน ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่ากฎหมายควบคุมอาวุธปืนบ้านเราก็เข้มงวดพอสมควร เรียกว่าใครจะมีใบอนุญาตมี หรือครอบครอง ก็ต้องมีประวัติใสสะอาด มีสถานะการเงินมั่นคงตรวจสอบได้

ที่เป็นปืนเถื่อน หากไม่ใช่พวกไทยประดิษฐ์ ก็ต้องตั้งคำถามว่ามีที่มาจากไหน ทำไมเล็ดลอดเข้ามาได้ ซึ่งต้องระวังคลำไปคลำมาอาจจะเจอขาใหญ่

และที่น่าห่วงมากที่สุดก็คือพวก เจ้าหน้าที่รัฐที่มีปืนนั่นแหละ!!

เรียกว่าเป็นภาพคุ้นตาภาพชุดสีกากีครึ่งท่อน พกปืนเหน็บเอว นั่งดื่มเบียร์ดื่มเหล้าตามร้านข้าวต้ม ที่สร้างความหวาดเสียวในสังคม

ยิ่งในสังคมที่เจ้าหน้าที่เป็นใหญ่ มีอำนาจมากเป็นพิเศษ ด้วยข้ออ้างของความมั่นคง แถมหลายครั้งยกเว้นไม่ต้องรับผิด

ทำให้บางครั้งเจ้าหน้าที่รัฐก็น่าหวาดกลัวไม่ต่างจากโจรผู้ร้าย!!!

ส่วนเรื่องยาเสพติด แม้ปลัดมหาดไทยจะออกแอ๊กชั่น สั่งการท้องถิ่นดูแลเป็นเจ้าภาพหลัก

แม้จะเป็นเรื่องดี เพราะปัญหาในพื้นที่ ผู้บริหารท้องถิ่นย่อมรับรู้มากกว่าส่วนกลาง แต่ต้องไม่ลืมว่าต้องมีปัจจัยเกื้อหนุน ไม่ว่าจะเป็นอำนาจการบริหาร และงบประมาณ เป็นสำคัญ

ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนอันดีที่จะ ถ่ายโอนอำนาจให้ท้องถิ่น ให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด แทนที่จะให้ส่วนกลางส่งไปดำรงตำแหน่ง

นอกจากนี้รัฐบาลก็ต้องเป็นเจ้าภาพใหญ่ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ลำพังแค่สั่งแต่อย่างเดียว คงช่วยอะไรไม่ได้ 8 ปีที่ผ่านมาในยุคนายกฯ ประยุทธ์ ก็พอรู้กันอยู่!!!

รุก กลางกระดาน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน