พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับควบคุมป้องกันอาวุธปืนอย่างเป็นระบบ

รวมทั้งมอบนโยบายการปราบปรามยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อออกมาตรการร่วมกันดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้เป็นผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ จ.หนองบัวลำภู

ดังที่ทราบกันดีผู้ก่อเหตุเป็นอดีตข้าราชการตำรวจ ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืน อีกทั้งยังมีปัญหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงนำมาสู่โศกนาฏกรรมดังกล่าว

รัฐบาลจึงจำเป็นต้องหามาตรการควบคุมอาวุธปืน โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ รวมไปถึงยกระดับปราบปรามยาเสพติดควบคู่กันไปด้วย

กรณีอาวุธปืนกับเจ้าหน้าที่นั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. หารือร่วมกับนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมกันตรวจสอบและควบคุมอาวุธปืน

โดยกำหนดมาตรการ คือเรียกคืนอาวุธปืนจากตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐต่างๆ ที่มีอาวุธปืนทางราชการไว้ในความครอบครอง หรือเคยได้ใบรับอนุญาตให้มีอาวุธปืน แต่พบมีพฤติกรรมก้าวร้าว ถูกร้องเรียนเรื่องอาวุธปืน

หรือเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่มีพฤติกรรมการใช้อาวุธปืนที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเข้าข่ายขาดคุณสมบัติในการครอบครองอาวุธปืน ก็จะต้องเรียกคืนทั้งหมด

อีกทั้งการขอใบอนุญาตมีอาวุธปืน ต่อไปจะต้องมีเอกสารรับรองการตรวจสุขภาพจิตจากแพทย์ มาประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาต และมีการตรวจติดตามในระยาวอย่างต่อเนื่อง

นั บเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลยกระดับควบคุมป้องกันอาวุธปืน โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ผู้ถืออาวุธปืน และยิ่งตำรวจกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ถือเป็นหน่วยงานสำคัญ เพราะต้องปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับประชาชนจำนวนมาก

แต่จะดีกว่านี้หากขยายการตรวจสอบให้กว้างขวางยิ่งขึ้นไปถึงหน่วยงานรัฐอื่นๆ ด้วย อาทิ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ไม่น้อยเกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืน

รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ในกองทัพ และหน่วยงานด้านความมั่นคงด้วย เนื่องจากที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่เหล่านี้ ใช้อาวุธปืนกระทำ ทั้งต่อเจ้าหน้าที่ด้วยกันเอง และพลเรือน มีไม่น้อยเช่นกัน

ดังนั้นต้องควบคุมป้องกันอาวุธปืนให้ครอบคลุมทุกหน่วยงานรัฐ ควบคู่ไปกับการปราบปรามปืนเถื่อนที่แพร่หลาย หาซื้อง่ายในขณะนี้ด้วย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน