เมื่อวันที่ 12 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวเรียกร้องให้นานาชาติยกระดับการกดดันต่อทางการรัสเซียเพื่อช่วยตอบโต้กรณีกองทัพรัสเซียปล่อยขีปนาวุธเกือบ 100 ลูกโจมตีทั่วยูเครน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก โดยประณามการกระทำของรัสเซียว่าพยายามสร้างความกลัวรอบใหม่

ข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีเซเลนสกีมีขึ้นในการประชุมออนไลน์กับบรรดาผู้นำชาติเศรษฐกิจใหญ่ “จี 7” ประกอบด้วยประเทศแคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยกลุ่มจี 7 ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเดินหน้าสนับสนุนความช่วยเหลือการเงิน มนุษยธรรม ยุทโธปกรณ์ การทูต และกฎหมายต่อไปเท่าที่ยูเครนยังต้องการ

ผู้นำยูเครนเปิดเผยด้วยว่า กองทัพรัสเซียปล่อยขีปนาวุธโจมตีอีกรอบวานนี้ (11 ต.ค.) นับได้ทั้งหมด 28 ลูก โดยกองทัพยูเครนสามารถยิงสกัดไว้ได้ 20 ลูก ในจำนวนนี้มีโดรนพลีชีพของอิหร่านที่รัสเซียนำมาใช้ในสงคราม แต่ประธานาธิบดีเซเลนสกียืนยันว่า การโจมตีล่าสุดนั้นจะมีผลเล็กน้อยต่อการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคที่เสียหายไปเมื่อการโจมตีเมื่อ 10 ต.ค.

ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งเดิมนั้นเป็นบุคคลที่มีความตรงไปตรงมา แต่ประมาทและคาดการณ์ขีดความสามารถของชาวยูเครนผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง โดยทางการสหรัฐอยู่ระหว่างหาช่องทางการถอดชนวนสงครามก่อนที่ประธานาธิบดีปูตินจะตัดสินใจนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้ในสงคราม

การโจมตีครั้งใหญ่ต่อยูเครนของกองทัพรัสเซียเมื่อ 10 ต.ค. ประธานาธิบดีปูตินอ้างว่าเป็นการตอบโต้เหตุระเบิดบนสะพานเชื่อมของรัสเซียกับแคว้นไครเมีย ล่าสุดแถลงการณ์ของหน่วยข่าวกรองรัสเซีย หรือเอฟเอสเบ ระบุว่าสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 8 คน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน