น้าชาติ ขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเอเปคที่ไทยจะเป็น เจ้าภาพ
เฟิร์น
ตอบ เฟิร์น
คำตอบนำมาจากเรื่อง “10 เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับเอเปค 2022” โดย ณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ในมติชนสุดสัปดาห์
1.ไทยเคยจัดการประชุมเอเปคมาแล้ว 2 ครั้ง คือปี 2535 เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรี ต่อมาครั้งที่ 2 คือปี 2546 ที่ใช้หอประชุมกองทัพเรือในการจัดเลี้ยง ซึ่งสามารถมองเห็นพระบรมมหาราชวัง และมีการจัดแสดงกระบวนพยุหยาตราชลมารคจำลอง ส่วนในปีนี้ ไทยจะต้อนรับผู้นำเอเปคระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 โดยจะเผยแพร่คุณค่าและเอกลักษณ์ของศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างงดงาม
2. เอเปค 2565 มี “ชะลอม” เป็นโลโก้ เป็นผลงานของ นายชวนนท์ วงศ์ตระกูลจง นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ชนะเลิศการประกวดจัดโดยมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นสัญลักษณ์ของการค้าขายของไทยในสมัยโบราณ สื่อถึงการค้าที่เปิดกว้างร่วมกันของสมาชิกเอเปค และเส้นไม้ไผ่สาน 21 ช่อง เป็นตัวแทนสมาชิกทั้งหมด 21 เขตเศรษฐกิจ
โลโก้ชะลอมมีสีน้ำเงิน สื่อถึง Open การเปิดกว้าง, สีชมพู สื่อถึง Connect การสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยง, สีเขียว สื่อถึง Balance ความสมดุล ตามธีมหลักของเอเปคปีนี้ “เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันสู่สมดุล”
3. เอเปคจะเป็นเวทีการประชุมเพื่อส่งเสริมการเปิดเสรีทางการค้าและความร่วมมือในด้านต่างๆ การประชุมเอเปคจะเรียกสมาชิกว่า “เขตเศรษฐกิจ (economy)” โดยให้ความสำคัญกับความเป็นเขตเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ฮ่องกงและจีนไทเปมีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูงจึงเป็นสมาชิกเอเปคด้วย
4. นอกจากกระทรวงการต่างประเทศ ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่จัดประชุมในกรอบที่เกี่ยวข้องด้วย รวมทั้งกิจกรรมอบรมทักษะและเสวนาระดับต่างๆ
5. การจัดการประชุมเอเปคในระดับต่างๆ กระจายไปจัดในต่างจังหวัด เช่น จ.ขอนแก่น จ.เชียงใหม่ และยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ OTOP สินค้าพื้นเมือง งานหัตกรรมท้องถิ่นและอัตลักษณ์ของชาวล้านนา เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของไทย
6. ประเทศไทยมีแนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่การเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับทิศทางของโลก แนวคิดนั้นคือ โมเดลเศรษฐกิจ BCG หรือ Bio-Circular-Green Economy Model ผลักดันให้มี “Bangkok Goals” หรือเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน นำแนวคิด BCG มาสานต่อ วางเป้าหมายให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์, การค้า การลงทุน การจัดการทรัพยากรมีความยั่งยืน, การจัดการของเสียมีประสิทธิภาพ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
7. เอเปคยังเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์หนึ่งเดียวในระดับภูมิภาคที่ไทยและประเทศปาปัวนิวกินีเป็นสมาชิก โดยมีการเจรจาทวิภาคีระหว่างกันในช่วงประชุมเอเปค
8. การเป็นเจ้าภาพของไทยในปีนี้ นอกจากจะเป็นการประชุมระหว่างประเทศระดับใหญ่ครั้งแรกๆ ที่จัดแบบกายภาพ (physical) หลังจากการประชุมในรูปแบบออนไลน์มาหลายปี ยังจะเป็นการประชุมแนวสีเขียว (Green Meeting) คือ การนำทรัพยากรมา reuse reduce และ recycle สอดคล้องกับโมเดล BCG
9. ภาคเอกชน โดยสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค มีบทบาทสำคัญการให้ข้อเสนอแนะต่อผู้นำและภาครัฐในประเด็นที่มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจ
10. เยาวชนเป็นกลุ่มที่สำคัญในกรอบเอเปค โดยสนับสนุนการสร้างการรับรู้และความเข้มแข็งของเยาวชนในระบบเศรษฐกิจ การสนับสนุน start ups และโครงการที่เยาวชนมีส่วนร่วม