มติพรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะเสนอยุบพรรคภูมิใจไทยน่าสนใจอย่างยิ่งในทางการเมือง
เมื่อมองผ่านใบหน้าของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เมื่อมองผ่านใบหน้าของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ
2 คนนี้ล้วนผ่านประสบการณ์ “ยุบพรรค” มาแล้ว
อย่างน้อยก็ผ่านประสบการณ์พรรคไทยรักไทยถูกยุบในเดือนพฤษภาคม 2550 พรรคพลังประชาชนถูกยุบในเดือนพฤศจิกายน 2551
หรือแม้กระทั่งพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบใน เดือนกุมภาพันธ์ 2563
สังคมจึงร้องถามความสุกงอมในทางความคิดต่อประเด็นข้อเสนอ “ยุบพรรค”
การยุบพรรคไทยรักไทยได้กลายเป็นคำถามในทางสังคม การยุบพรรคพลังประชาชนได้กลายเป็นคำถามในทางสังคม
การยุบพรรคอนาคตใหม่ก็ได้กลายเป็นคำถามในสังคม
สังคมแปลกใจว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่มีบทสรุปว่าเหมาะสมหรือไม่หรือ สังคมแปลกใจว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ไม่มีบทสรุปว่าเหมาะสมหรือไม่หรือ
ยิ่งต่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยิ่งชวนให้แคลงใจ
แฟนานุแฟนทางการเมืองรับรู้สถานการณ์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นอย่างดี
เห็นความเจ็บปวดในสีหน้าและดวงตา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เห็นความเจ็บปวดใน สีหน้าและดวงตา นายปิยบุตร แสงกนกกุล อย่างเด่นชัด
ถามว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เห็นด้วยหรือไม่
เห็นด้วยว่าพรรคภูมิใจไทยจักต้องเดินเข้าสู่ ตะแลงแกงแห่งการยุบพรรคเหมือนกับที่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคอนาคตใหม่อย่างนั้นหรือ
เป็นคำถามถึงสำนึก เป็นคำถามถึงความถูกต้อง
ไม่มีใครรู้ว่ากระบวนการพิจารณาของพรรคร่วมฝ่ายค้านดำเนินไปอย่างไร
เป็นข้อเสนอของพรรคการเมืองใด ท่าทีของพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างไร ท่าทีของพรรคก้าวไกลเป็นอย่างไร ท่าทีของพรรคเสรีรวมไทยเป็นอย่างไร
คำถามเหล่านี้จำเป็นต้องมีคำตอบ