วันที่ 18 ต.ค. เอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียแถลงความคืบหน้า เหตุเครื่องบินกองทัพรัสเซียดิ่งตกชนอพาร์ตเมนต์ในย่านชุมชนเขตเยสก์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ติดพื้นที่ชายแดนและอยู่ตรงข้ามกับเมืองมารีอูโปลของยูเครน ซึ่งขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 17 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่นว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยยุติปฏิบัติการค้นหาเหยื่อแล้ว และแจ้งยอดผู้เสียชีวิตรวม 13 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 3 ราย และอีก 19 คน ได้รับบาดเจ็บ
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุในแถลงการณ์ว่า เครื่องบินซุกฮอย ซู 34 ซึ่งอยู่ระหว่างภารกิจฝึกบินจากสนามบินของเขตการทหารทางใต้ของรัสเซียประสบเหตุตกภายหลังระบบขัดข้อง เนื่องจากหนึ่งในเครื่องยนต์เกิดไฟไหม้ขณะนำเครื่องขึ้นบิน “ที่จุดตกของซุกฮอย ซู 34 บริเวณด้านหลังอาคารที่พักอาศัยในย่านชุมชน เชื้อเพลิงของเครื่องบินก่อให้เกิดไฟไหม้ลุกลาม นักบินสามารถดีดตัวออกมาจากเครื่องบินได้สำเร็จ” ด้านหน่วยดับเพลิงท้องถิ่น เปิดเผยว่า ไฟไหม้จากเหตุเครื่องบินชนตึกเผาวอดพื้นที่ 5 ชั้นกระทบผู้อยู่อาศัย 19 ห้อง จากทั้งหมด 9 ชั้นของอาคารที่พักหลังดังกล่าวซึ่งมีผู้อาศัยราว 600 คน และยังลุกลามเผาไหม้สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างกว่า 2,000 ตารางเมตร และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ในช่วงค่ำวันเดียวกัน

ตกย่านชุมชน – นักบินดีดตัวออกจากเครื่องบิน ก่อนที่เครื่องบินของกองทัพรัสเซียซึ่งอยู่ระหว่างฝึกซ้อมตกบริเวณลานของอพาร์ตเมนต์ในเขตเมืองเยสก์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซียทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 13 ศพ เมื่อ 17 ต.ค.
สำนักข่าวทาส สื่อของทางการรัสเซีย รายงานจากทำเนียบเครมลินว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้รับแจ้งเหตุเครื่องบินชนจนเกิดเพลิงไหม้แล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้ ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว ด้านนายวีเนียมิน คอนดราตเยฟ ผู้ว่าการแค้วนคราสโนดาไคร ระบุว่า หน่วยงานกำลังให้ความช่วยเหลือขั้นสูงสุด แก่ผู้พักอาศัยและจะประเมินว่าอพาร์ตเมนต์ควรได้รับการฟื้นฟูซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ทั้งตึก
● โจมตีเป้าหมายพลังงานระลอกใหม่
วันเดียวกัน ความคืบหน้าสถานการณ์สงครามในยูเครน กองทัพรัสเซียโจมตีโรงงานไฟฟ้าของยูเครนระลอกใหม่ในกรุงเคียฟและเมืองใหญ่อื่นๆ อีกหลายเมือง โดยเกิดเหตุระเบิดขึ้น 3 ครั้งในกรุงเคียฟ และโรงไฟฟ้าอีก 2 แห่งเสียหายอย่างหนักที่เมืองดนิโปร อีกทั้งไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในเมืองไซโตมีร์ นับเป็นเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นหลังรัสเซียใช้โดรนกามิกาเซ่โจมตี กรุงเคียฟเมื่อ 24 ชั่วโมงก่อนหน้า เชื่อว่าเป็นโดรนที่อิหร่านผลิต ซึ่งสังหารประชาชนอย่างน้อย 8 รายในกรุงเคียฟและเมืองซูมี ทางเหนือ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานเสียหายอย่างหนัก แต่สำหรับการโจมตีระลอกใหม่นี้ยังไม่มีข้อมูลรายงานแน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับโดรนหรือไม่ ขณะเดียวกันรัสเซียและยูเครนมีการแลกเปลี่ยนนักโทษอีกครั้ง นับเป็นการแลกเปลี่ยนนักโทษครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งตั้งแต่เกิดสงครามในยูเครนเมื่อเดือนก.พ.2565 โดยแลกตัวผู้ถูกคุมขังจำนวน 218 คน รวมถึงหญิงชาวยูเครน 108 คน