หนึ่งพิษภัยร้ายของยาเสพติด คือมันทำลายสถาบันครอบครัว องค์ประกอบทางสังคมที่เล็กที่สุด แต่มีความสำคัญยิ่งในสังคม ลงว่ามีคนในครอบครัวติดยาเสพติด ก็ไม่ต่างกับระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ
ย้อนไปเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 16 ต.ค. ร.ต.ท.ชาญณรงค์ สันซัง รองสว.สอบสวน สภ.เขาชัยสน จ.พัทลุง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ 9 ริมถนนสาย ก.ม.42-ควนยวน ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร ร.พ.เขาชัยสน และ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุงเขตพื้นที่เขาชัยสน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในบ้านพบศพนายรัตนะศักดิ์ วาสุเทพ อายุ 38 ปี ลูกชายเจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตเลือดนองพื้นอยู่ในห้องโถงของบ้านในสภาพนอนหงาย สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงิน-ขาว สวมกาง ขาสั้นสีฟ้า สภาพศพมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่บริเวณศีรษะ ลำตัว ในที่เกิดเหตุตำรวจพบไม้ท่อนกลมเปื้อนเลือดยาวประมาณ 1 เมตร ที่ใช้ในการก่อเหตุ จึงเก็บไปเป็นหลักฐานในการประกอบคดี

แพทย์ชันสูตรศพเบื้องต้น
ตำรวจสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุสยองครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนายชำนาญ วาสุเทพ อายุ 70 ปี ผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของผู้ตาย ที่ยืนรอมอบตัวกับตำรวจพร้อมยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุร้ายใช้ไม้ตีบุตรชายตัวเองจนดับอนาถ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวมาสอบสวนยัง สภ.เขาชัยสน
นายชำนาญให้การว่า นายรัตนะศักดิ์ ผู้ตายเป็นผู้ติดยาเสพติดอย่างรุนแรง และเมื่อเสพยาจนคลั่งจะทำร้ายร่างกายตนผู้เป็นพ่อและนางพัว อายุ 73 ปี ผู้เป็นแม่ เป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเกิดอาการคลั่งยาอย่างหนักไม่นอนเดินทั้งคืน และทำร้ายร่างกายนางพัวผู้เป็นแม่ โดยใช้มีดจะปาดคอ ตนเห็นดังนั้นจึงหยิบไม้ตีเข้าบริเวณศีรษะหลายครั้งจนล้มลงเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว

บ้านที่เกิดเหตุ
ขณะที่นางพัว ผู้เป็นแม่เล่าว่า ตื่นมาเพื่อที่จะทำน้ำยาขนมจีนขาย แต่ลูกชายเอะอะโวยวายแล้วเข้าทำร้าย พ่อจึงเข้ามาช่วยและตีจน เสียชีวิต โดยลูกชายติดยาเสพติดมานาน ทุกวันไม่ทำอะไร จะเสพยาบ้า และต้มน้ำกระท่อมทุกวัน ไม่ยอมทำงานทำการและต้องไถเงินพ่อแม่วันละ 140-300 บาท ตนเองขายขนมจีนได้วันละ 500-600 บาท แต่ต้องทำใจยอมให้ลูกครึ่งหนึ่ง เพื่อไม่ให้ทำร้ายตนเองและพ่อ แต่ครั้งนี้มีอาการรุนแรงกว่าเดิมพ่อเลยโมโหคว้าไม้ตีจนเสียชีวิต

อาวุธมีด
ด้านนายสุนทร คงอินทร์ กำนันตำบลโคกม่วง อ.เขาชัยสน กล่าวว่า ผู้ตายใช้สารเสพติดมานาน พ่อแม่นำไปรักษาส่งไปบำบัดหลายครั้ง แต่พอกลับมาบ้านก็หันมาเสพอีกเป็นอย่างนี้มาหลายครั้ง ล่าสุดเสพหนักกว่าเดิม พ่อมาขอคำปรึกษาจากตนเอง ผู้ใหญ่บ้านและตำรวจสายตรวจว่าจะนำไปรักษาหรือดำเนินคดี แต่ทางกฎหมายไม่สามารถดำเนินคดีได้ และล่าสุดเมื่อวานก็ได้คุยกันว่าจะทำอย่างไร จะนำตัวไปรักษาที่ไหน เพราะค่าบำบัดแต่ละครั้ง 20,000 บาท แต่เมื่อบำบัดเสร็จกลับมาก็เป็นแบบเดิมอีก
คดีนี้ตำรวจพบพิรุธในคำให้การของผู้เป็นพ่อ เพราะแม้จะไม่มีข้อสงสัยว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าลูกชายตนเอง แต่คำให้การถึงพฤติกรรมแห่งคดียังดูขัดแย้งกับสภาพบาดแผล

อาวุธปืนของกลาง
พ.ต.ท.วิสุทธิ์ ข้องจิตร รอง ผกก.(ป) สภ.เขาชัยสน เผยว่า จากการสอบปากคำในเบื้องต้น และจากการร่วมชันสูตรบาดแผล ตำรวจไม่เชื่อว่า ผู้เป็นพ่อจะใช้ไม้ตีเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะแผลบริเวณหน้าท้อง จึงได้นำศพไปชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลเขาชัยสน และได้นำตัวนายชำนาญมาให้ พ.ต.ท.จิตร ยิ่งขำ รอง ผกก.(สอบสวน) สอบปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก ในที่สุดนายชำนาญได้รับสารภาพว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายด้วย ซึ่งเป็นอาวุธปืนชนิดลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์
ต่อมาทาง พ.ต.ท.จิตรจึงได้นำผู้ต้องหาไปเก็บอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ดังกล่าวที่ถูกซ่อนไว้ข้างบ้าน พร้อมปลอกกระสุน 1 นัด และกระสุนปืนลูกซองอีก 1 นัด ซองเก็บอาวุธปืน 1 ซอง จึงได้นำตัวผู้ต้องหาไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

แม่คนตายให้การ
จากคดีสลดข้างต้น นับเป็นเรื่องถูกต้องแล้วที่รัฐบาลประกาศสงครามกับยาเสพติด ขอให้ทุกภาคส่วนประสานงานช่วยกันอย่างจริงจัง แม้ยังไม่หมดสิ้นแต่เชื่อว่าทุกอย่างต้องดีขึ้นกว่า ทุกวันนี้แน่นอน
ไสว รุยันต์-เรื่อง/ภาพ