เอเอฟพีรายงานวันที่ 22 ต.ค. ถึงบรรยากาศการปิดการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 ซึ่งสมาชิกสภาแห่งชาติจีนราว 2,300 คนจากทั่วประเทศร่วมการประชุมซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 5 ปี เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวสุนทรพจน์ทิ้งท้ายว่า “จงกล้าที่จะทุลักทุเล กล้าที่จะชนะ จงก้มหน้าและทำงานอย่างหนัก จงตั้งใจแน่วแน่ที่จะก้าวไปข้างหน้า” หลังจากสมาชิกลงมติรับรองรายงานการทำงานของประธานาธิบดีสีและประทับตรายางรับรองรัฐธรรมนูญของพรรคซึ่งรวมถึงการต่อต้านเอกราชของไต้หวัน
นอกจากนี้ ยังรับรองตำแหน่งหลักของนายสีในคณะกรรมการกลางบริหารพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) และพรรคโดยรวม คาดว่าจะมีการประกาศให้นายสีดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนต่ออีกสมัยในวันอาทิตย์ที่ 23 ต.ค. ระหว่างการประชุมคณะโปลิตบูโรชุดใหม่โดยสมาชิกระดับสูงราว 200 คนที่เพิ่งได้รับเลือกในวันนี้ หากเป็นไปตามความคาดหมายนายสีจะผ่านฉลุย นั่งเก้าอี้ผู้นำจีนสมัยที่สาม หลังดำรงตำแหน่งดังกล่าว ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555 และเหมือนที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ไว้ตั้งแต่นายสีแก้ไขกฎหมายจำกัดวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไม่เกิน 2 สมัยเมื่อปี 2561 ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืนชัดเจนว่านายสีกำลังปูทางวางอำนาจให้ตัวเองสามารถปกครองจีนได้นานตามที่ต้องการ

ไปไหน – นายหู จิ่นเทา อดีตประธานาธิบดีจีน ถูกเจ้าหน้าที่เชิญออกจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 โดยนายหูพยายามพูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งนั่งติดกัน ก่อนจะแตะบ่านายกฯ หลี่ เค่อเฉียง และออกจากที่ประชุม (เอเอฟพี)
ขณะเดียวกันเกิดกระแสถกเถียงกว้างขวางหลังจากนายหู จิ่นเทา อดีตประธานาธิบดี วัย 79 ปี ถูกเชิญออกจากที่ประชุม โดยเจ้าหน้าที่ดูแลมหาศาลาประชาชนเดินไปหานายหูซึ่งนั่งอยู่แถวหน้าร่วมกับคณะกรรมการกลางบริหารพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) รวมถึงนั่งอยู่ข้างๆ ประธานาธิบดีสี หนึ่งในเจ้าหน้าที่จับที่แขนของนายหูและพูดบางอย่าง ซึ่งนายหูมีท่าทีไม่เต็มใจที่จะออกจากที่ประชุมในตอนแรก ก่อนพูดคุยสั้นๆ กับนายสีและนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะบ่าของนายหลี่ก่อนเดินออกไปจากโดยไม่มีการเปิดเผยสาเหตุ