งานวิจัยล่าสุดของทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบอนน์ ในเยอรมนี ค้นพบสาเหตุของโรคผมหวีไม่ได้ (ยูเอชเอส) ซึ่งเส้นผมจะชี้ตั้งไปทุกทิศทางและไม่สามารถหวีจัดทรงได้ง่าย

ส่วนใหญ่มักพบในเด็กอายุ 3 เดือนถึง 12 ปี ที่มีผมสีบลอนด์อ่อนหรือสีเงิน ลักษณะแห้ง แข็งเหมือนฟาง และเปราะบางหักง่าย และจะเริ่มหายไปเองเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น

นักวิทยาศาสตร์ก่อนหน้านี้ศึกษาเกี่ยวกับยูเอชเอสตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970 และตั้งทฤษฎีการกลายพันธุ์ของยีนซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในลำดับดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิต

ล่าสุดทีมวิจัยวิเคราะห์ตัวอย่างดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยเป็น ยูเอชเอสจากทั่วโลก 107 คนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 71 ของกลุ่มตัวอย่างมีการกลายพันธุ์ในยีน PADI 3 และอีกเกือบร้อยละ 4 มีการกลายพันธุ์ในยีน TGM 3 หรือ TCHH ส่วนอีกเกือบร้อยละ 25 นักวิจัยยังไม่สามารถอธิบายสาเหตุของยูเอชเอสจากปัจจัยทางพันธุกรรมได้

งานวิจัยล่าสุดยังยืนยันว่า ยูเอชเอสเป็นลักษณะด้อยทางพันธุกรรม พ่อแม่ต้องเป็นพาหะของยีนกลายพันธุ์ทั้งคู่และถ่ายทอดยีนนี้สู่ลูก แม้ว่าพ่อแม่จะไม่มีอาการผิดปกติ

การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจถึงสาเหตุการเกิดโรคและนำข้อมูลไปใช้ต่อยอดงานวิจัยที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ แต่ยังช่วยให้ครอบครัวที่มีลูกมีอาการนี้มีความรู้และเข้าใจมากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน