พลันที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน ได้รับแจ้งเหตุพบศพ น.ส.กมลเนตร (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี เสียชีวิตอยู่ในบ้านเช่า ในเขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ สภาพศพมีบาดแผลสาหัส เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกาย ตำรวจพบว่า น.ส.กมลเนตร ถูกซ้อมทรมาน ทุบตี กระทืบ และกักขังไว้ในบ้าน จนกระทั่งเสียชีวิต การล่าตัวคนร้ายอย่างไม่ลดละของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าช่วยเหลือหญิงสาวอีกรายที่กำลังตกเป็นเหยื่อฆาตกรต่อเนื่อง

ย้อนไปเมื่อ 18.00 น. วันที่ 12 ต.ค. ตำรวจกองบังคับการ ปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำโดยพ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. ,พ.ต.ท.วริศร มัจฉา รอง ผกก.6 บก.ป. , พ.ต.ต.ทศพล กิติลาภ , พ.ต.ต.แดนรบ สมัยชูเกรียติ์ สว.กก.6 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. เข้าจับกุมตัวนายธนเดช แก้วช่วง อายุ 27 ปี ตามหมายจับ ศาลอาญาตลิ่งชันที่ 473/2565 ลงวันที่ 29 กันยายน 2565 ในข้อหา “ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายโดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย”ที่ห้องพักในแมนชั่นแห่งหนึ่ง ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง (ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง)

ฆาตกรต่อเนื่องจนมุม

การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องเมื่อวันที่ 21 ก.ค.เวลาประมาณ 20.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน ได้รับแจ้งว่าพบศพ น.ส.กมลเนตร (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี เสียชีวิตอยู่ในบ้านเช่า ในเขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ สภาพศพมีบาดแผลสาหัส เนื่องจากถูกทำร้ายทรมานจนเสียชีวิต

ต่อมาจากการสืบสวน ทราบว่านายธนเดช เป็นแฟนของผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุ โดยรู้จักกับน.ส.กมลเนตร ผ่านทางแอพหาคู่ จากนั้นชักชวนให้ น.ส.กมลเนตร มาพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านเช่าที่เกิดเหตุ โดยก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ รู้จักกันไม่ถึง 1 เดือน

เจ้าหน้าที่ติดตามสืบสวนจนทราบว่านายธนเดชหลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ จ.พัทลุง จึงประสาน พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. นำกำลังไล่ล่า จนทราบว่าหลบอยู่ที่แมนชั่นแห่งหนึ่งใน ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง

ช่วยเหยื่อสาว

ขณะพ.ต.อ.พงศ์ปณตนำกำลังเข้าจับกุม พบ น.ส.เนย (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ชาว จ.ลำพูน อยู่ในห้องพักดังกล่าวด้วย ในสภาพถูกทำร้าย บาดเจ็บมีรอยฟกช้ำตามร่างกายจำนวนมาก ใบหน้าบวมช้ำจนผิดรูป จึงช่วยเหลือส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทลุง จากนั้นควบคุมตัวนายธนเดช ส่ง พงส.สน.บางยี่ขัน กรุงเทพฯ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน น.ส.เนย (นามสมมติ) เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าช่วยเหลือ ได้ยกมือพนมขึ้นไหว้ พร้อมกล่าวว่า “นึกว่าจะต้องตายในห้องนี้แล้ว ไม่คิดว่าจะมีชีวิตรอดออกมา เจ้าตัวเล่าทั้งน้ำตาว่า รู้จักกับนายธนเดช เมื่อประมาณต้นเดือน ส.ค.65 ทางแอพฯหาคู่ จากนั้นแช็ตคุยกันประมาณ 1 เดือน

ประมาณต้นเดือน ก.ย.65 นายธนเดชลวงให้ตนเดินทางจาก จ.ลำพูน มาหาที่ จ.พัทลุง ด้วยบอกว่ารักตนมากและอยากพบเจอ แต่แค่พบกันครั้งแรก ตนกลับต้องตกใจกับพฤติกรรมรุนแรงของ นายธนเดช โดยนายธนเดชพาตนไปทานข้าวมันไก่ในตลาดสด ก่อนแสดงอาการหึงหวง หาว่าตนไปมองชายอื่นขณะทานข้าว นำจานใส่ข้าวมันไก่ปาใส่ใบหน้าของตน และใช้ถ้วยน้ำซุปเทราดศีรษะ ทั้งใช้กำลังตบตีโดยไม่สนใจบุคคลอื่นในตลาด และใช้กำลังฉุดกระชากตนมาที่ห้องพักในแมนชั่น

นาทีแม่มารับตัวเหยื่อสาว

ตนถูกกักขังไว้ในห้องไม่ให้ออกไปไหน ไม่ให้ติดต่อกับผู้ใด และใช้กำลังทำร้ายร่างกายเรื่อยมา อีกทั้งนายธนเดชยังเสพยาบ้า เมื่อมีอาการเมายา จะลงมือทำร้ายตนหนักขึ้นไปอีก ตนต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ภายในห้องเป็นระยะเวลากว่า 1 เดือน และไม่คิดว่าจะมีชีวิตรอด กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยเหลือและจับกุมนายธนเดช ในครั้งนี้

ส่วนนายธนเดชให้การว่า เคยประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป แต่หลังจากพ้นโทษออกมาก็ไม่ได้ประกอบอาชีพ เงินที่ใช้จ่ายในแต่ละวันได้มาจากการเล่นพนัน และขอจากหญิงสาวที่แช็ตคุยด้วย โดยรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าตนเป็นผู้ลงมือทำร้ายทั้ง น.ส.กมลเนตร จนถึงแก่ความตาย และ น.ส.เนย (นามสมมติ) จนบาดเจ็บจริง

สาเหตุที่กระทำกับเหยื่อแต่ละคน นายธนเดชอ้างว่าตนไม่ได้ตั้งใจลงมือ แต่ทำไปเนื่องมาจากความรักและความหึงหวง ตนควบคุมอารมณ์ไม่ได้จึงพลั้งมือทำร้าย จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าที่ผ่านมา นายธนเดชมีพฤติกรรมแช็ตคุยกับหญิงสาว โดยจะบอกว่ารักและขอนัดเจอ เมื่อผู้หญิงหลงเชื่อ จะพามากักขังที่ห้องพัก จากนั้นจะลงมือทำร้ายร่างกายเหยื่อจนบาดเจ็บสาหัส โดยเชื่อว่าอาจมีเหยื่อรายอื่นที่ถูกกระทำในลักษณะนี้อีกหลายราย

โดยประวัติของนายธนเดชนั้น ทราบว่าหลบหนีออกจากบ้านที่จ.ยะลา มา กทม. ตั้งแต่อายุ 14 ปี หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน เนื่องจากถูกแม่ทำร้ายนายธนเดชที่เมาสุรา ขณะที่คนที่รู้จักบอกว่า เจ้าตัวเป็นคนร่าเริง คุยสนุกสนาน และชอบโทร.คุยกับผู้หญิงตลอด ใช้ชีวิตปกติมาก ไม่มีพิรุธอะไรเลย ไม่คิดว่าจะมีพฤติกรรมโหดเหี้ยมขนาดนี้

ส่วนประวัติอาชญากรรมเคยถูกจับคดียาหลายครั้ง ก่อนถูกจับข้อหาฆ่าคนตาย ในพื้นที่ สน.บางยี่เรือ เมื่อปี59 ถูกศาลพิพากษา จำคุก 10 ปี 16 เดือน ต่อมาได้รับการลดหย่อนโทษ ถูกจำคุกจริง 5 ปี 10 เดือน พ้นโทษออกมาเมื่อม.ค. ปี 64

คดีนี้หากตำรวจช้ากว่านี้ คงมีเหยื่อเพิ่มอีกรายแน่นอน

ไสว รุยันต์ / ธานี ทวีเกิดเรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน