เป็นข่าวยืดเยื้ออึมครึมมานาน 2 สัปดาห์ภายหลังพรรคประชาธิปัตย์ ประชุมมีมติเสนอชื่อนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง ให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาเสนอชื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แทนนายนิพนธ์ บุญญามณี ที่แสดงสปิริตลาออก

หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมีมติ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีรับทราบถึงมติของพรรค เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนดำเนินการและการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี

ช่วงหยุดยาวในวันสำคัญที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวสอบถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงความคืบหน้าการทูลเกล้าฯ รายชื่อ รมช.มหาดไทยคนใหม่ คำตอบที่ได้จากนายกรัฐมนตรีคือ “ยังไม่ได้ทำอะไร”

การเสนอปรับครม.ครั้งนี้น่าจะกระทำได้รวดเร็ว เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลเสนอปรับทดแทนตามโควตาเพียง 1 ตำแหน่ง

แต่ข้อขัดข้องที่ทำให้ต้องล่าช้า เนื่องจากเชื่อม โยงไปถึงเก้าอี้รัฐมนตรีที่ว่างอยู่ 2 ตำแหน่ง คือ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กับ รมช.แรงงาน โควตาพรรคพลังประชารัฐ ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เคยครอบครองอยู่ก่อน

กับอีก 1 ตำแหน่งที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ รมช.ศึกษาธิการ อันเป็นโควตาพรรคภูมิใจไทย

พรรคภูมิใจไทยไม่กระตือรือร้นที่จะหาคนมาแทน ส.ส.ในพรรคก็ไม่มีการกดดันให้ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ ซึ่งถูกพักงาน ต้องลาออกจากรัฐมนตรี สะท้อนภายในพรรคมีเอกภาพสูงอย่างยิ่ง

ถามว่าทำไมการปรับครม.จึงยังไม่เกิด คำตอบอยู่ที่พลังประชารัฐ โดย พล.อ.ประยุทธ์ลังเลต่อการปรับเปลี่ยน เนื่องจากเกรงแรงกระเพื่อมภายในพรรคพลังประชารัฐ แหล่งรวมนักการเมืองหลายกลุ่มก้อนที่ไม่ลงรอยกันนัก

อีกทั้ง รมช.เกษตรฯ เคยเป็นของ ร.อ.ธรรมนัส ถึงจะออกจากพลังประชารัฐไปตั้งพรรคใหม่ แต่ความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังแนบแน่น ขณะเดียวกันส.ส.พลังประชารัฐ เพิ่งเสนอแนวทาง “หมดลุงตู่ สู่ลุงป้อม” อันมีสาระเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ประกบไปกับชื่อ พล.อ.ประยุทธ์

ดังนั้น การปรับครม.จะเป็นกระจกสะท้อนความสัมพันธ์ 2 ป. เกี่ยวพันถึงการเลือกตั้ง และโฉมหน้าการเมืองต่อจากนั้น

อันที่จริงการปรับครม.ควรมีผลให้รัฐบาลกระฉับกระเฉงขึ้น เพื่อดูแลประชาชนให้ดีขึ้น แต่การเมืองในรัฐบาลเต็มไปด้วยความอึมครึม จึงยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ ที่อยู่บนพื้นฐานประโยชน์ของประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน